Page 66 - รายงานการสำรวจดินและสภาพการใช้ที่ดิน ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลสามพระยา อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี
P. 66

ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน



                                                                   ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชด�าริ  55



                  8. สรุปและข้อเสนอแนะ

                        ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชด�าริ ตั้งอยู่ที่ต�าบลสามพระยา อ�าเภอชะอ�า

                  จังหวัดเพชรบุรี บริเวณศูนย์อ�านวยการโครงการพัฒนากองบังคับการฝึกพิเศษ กองบัญชาการต�ารวจตระเวน
                  ชายแดน ห่างจากชะอ�ามาทางทิศใต้ประมาณ 15 กิโลเมตร มีพื้นที่ทั้งหมดของโครงการ 22,627 ไร่ โดยพื้นที่

                  ที่ท�าการส�ารวจดินในครั้งนี้มีทั้งสิ้น 9,771

                        พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานค�าอธิบายต้นเหตุของปัญหาว่า

                           “…ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทราย อ�าเภอชะอ�า จังหวัดเพชรบุรี : เดิมเป็นป่าโปร่ง
                         คนไปตัดไม้ส�าหรับเป็นฟืนและส�าหรับเผาถ่าน ต่อจากนั้น มีการปลูกพืชไร่และสับปะรด

                               จนดินจืดกลายเป็นทราย ถูกลมและน�้าชะล้างไปหมด จนเหลือแต่ดินดาน
                                 ซึ่งเป็นดินที่แข็งตัวเมื่อถูกอากาศ ดินนี้ก็ไม่มีแร่ธาตุที่เป็นประโยชน์…”


                        เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2526 จึงได้พระราชทานพระราชด�าริกับหม่อมเจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ จักรพันธุ์ องคมนตรี
                  และนายสุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการส�านักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจาก

                  พระราชด�าริให้พัฒนาเป็นศูนย์ศึกษาการพัฒนาด้านป่าไม้เอนกประสงค์ จัดให้ราษฎรที่ท�ากินอยู่เดิมมีส่วนร่วม
                  ในการดูแลรักษาป่าไม้ ได้ประโยชน์และไม่ท�าลายป่าไม้อีกต่อไป มุ่งที่จะศึกษารูปแบบการพัฒนาเกษตรควบคู่ไป

                  กับการปลูกป่า จัดหาแหล่งน�้า ศึกษาวิธีการและระบบป้องกันไฟไหม้ป่าใน “ระบบป่าเปียก” ให้ราษฎรสร้างรายได้
                  จากผลิตผลป่าไม้และปลูกพืชชนิดต่างๆ ควบคู่ไปด้วย

                        ข้อมูลภูมิอากาศในพื้นที่ศึกษา อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปีของพื้นที่ เท่ากับ 28.0 องศาเซลเซียส โดยมีค่าอุณหภูมิ
                  เฉลี่ยสูงสุดในเดือนเมษายน เท่ากับ 29.6 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิเฉลี่ยต�่าสุดในเดือนธันวาคม เท่ากับ 22.7

                  องศาเซลเซียส ค่าอุณหภูมิเฉลี่ยในแต่ละเดือนของรอบปี มีค่าไม่เกิน 6.9 องศาเซลเซียส มีปริมาณฝนเฉลี่ยตลอดปี
                  เท่ากับ 942.8 มิลลิเมตร ปริมาณน�้าฝนเฉลี่ยสูงสุดในเดือนตุลาคม เท่ากับ 244.4 มิลลิเมตร และปริมาณน�้าฝน

                  เฉลี่ยน้อยที่สุดในเดือนธันวาคม เท่ากับ 8.7 มิลลิเมตร ส�าหรับการกระจายของฝน พบว่า จ�านวนวันที่ฝนตกเฉลี่ย
                  ในรอบปี เท่ากับ 104.3 วัน โดยเดือนตุลาคมมีจ�านวนวันฝนตกเฉลี่ยสูงที่สุด 16.1 วัน และเดือนกุมภาพันธ์

                  มีจ�านวนฝนตกเฉลี่ยต�่าที่สุด คือ 1.1 วัน ค่าปริมาณความชื้นสัมพัทธ์เฉลี่ยตลอดปี เท่ากับร้อยละ 73.3
                  โดยเดือนตุลาคมเป็นเดือนที่มีค่าความชื้นสัมพัทธ์เฉลี่ยสูงที่สุดคือร้อยละ 80 โดยเดือนธันวาคมเป็นเดือนที่มี

                  ค่าความชื้นสัมพัทธ์ต�่าที่สุดร้อยละ 67
                        จากข้อมูลสภาพภูมิอากาศเบื้องต้นน�ามาค�านวณด้วยโปรแกรม Cropwat พบว่าค่าปริมาณการคายระเหยน�้า

                  เฉลี่ยรวมตลอดปีเท่ากับ 1287.0 มิลลิเมตร โดยเดือนเมษายนมีค่าปริมาณการคายระเหยน�้าเฉลี่ยสูงที่สุด คือ 130.2
                  มิลลิเมตร ส่วนเดือนธันวาคมเป็นเดือนที่มีค่าปริมาณการคายระเหยน�้าเฉลี่ยต�่าที่สุด เท่ากับ 88.4 มิลลิเมตร

                  จากข้อมูลปริมาณน�้าฝนและค่าปริมาณการระเหยและคายน�้าสามารถน�ามาใช้ในการบอกเป็นสภาพสมดุลของน�้า
                  เพื่อใช้ในการเกษตรสามารถคาดคะเนได้ว่า ช่วงฤดูเพาะปลูกควรอยู่ประมาณปลายเดือนเมษายนและจุดสิ้นสุดฤดู

                  เพาะปลูกควรอยู่ไม่เกินเดือนพฤศจิกายน ช่วงเดือนกันยายนถึงพฤศจิกายนเป็นช่วงที่มีน�้าเพียงพอส�าหรับการเพาะปลูก
                        สภาพภูมิประเทศโดยทั่วไปของพื้นที่ด�าเนินการ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ดอนมีลักษณะเป็นลูกคลื่นลอนลาด

                  เล็กน้อย มีความลาดชันประมาณ 2-5 เปอร์เซ็นต์ และมีลักษณะเป็นเนินเขาโดด เช่น เขาเสวยกะปิอยู่ทาง
   61   62   63   64   65   66   67   68   69   70   71