Page 236 - รายงานการสำรวจดินเขตพัฒนาที่ดินลุ่มน้ำคลองแม่ยะมา - คลองม่วง ลำดับที่ ตก.6 (2556) ลุ่มน้ำสาขาคลองวังเจ้า (รหัส 0618) ลุ่มน้ำหลักแม่น้ำปิง (รหัส 06) พื้นที่ดำเนินการ บ้านเด่นวัว หมู่ที่ 4 ตำบลเชียงทอง อำเภอวังเจ้า จังหวัดตาก
P. 236
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
176
ในสภาพพื้นที่ค่อนข้างราบเรียบถึงเป็นลูกคลื่นลอนลาดเล็กน้อย ส่วนสภาพพื้นที่เป็นลูกคลื่นลอนลาด ควร
เพิ่มมาตรการที่จะช่วยชะลอความเร็วในการไหลของน้ า โดยวิธีการสร้างคันดินการท าขั้นบันได ท าคูน้ าขอบ
เขา ท าฐานปลูกหญ้าแฝกเฉพาะต้น และจัดระบบการให้น้ าในแปลงปลูก เช่น ให้น้ าแบบหยด ระบบฉีดฝอย
หรือฝังกระบอกน้ าโคนต้นพืช
(2.2) ความอุดมสมบูรณ์ของดินต่ าที่เป็นดินลึกปานกลาง เนื่องจาก
วัตถุต้นก าเนิดดินมีแร่ธาตุอาหารตามธรรมชาติน้อย ประกอบกับเกษตรกรมีการใช้ประโยชน์ที่ดินในการ
ปลูกพืชอย่างต่อเนื่องติดต่อกันเป็นเวลานาน โดยไม่ได้มีการปรับปรุงบ ารุงดินเท่าที่ควร ท าให้ดินเสื่อมโทรม
เป็นผลให้พืชเจริญเติบโตช้า ผลผลิตตกต่ า และเป็นดินลึกปานกลางถึงชั้นของก้อนกรวด เศษหิน ซึ่งเป็น
อุปสรรคต่อการชอนไชของรากพืช ท าให้พืชเจริญเติบโตได้ไม่ดีเท่าที่ควร ได้แก่ บริเวณที่พบ หน่วยแผนที่
Ps-slA/d gr,E และ Ps-slB/d gr,E มีเนื้อที่ประมาณ 541 ไร่ หรือร้อยละ 11.2194 ของพื้นที่ด าเนินการ
1
3
3
1
แนวทางการแก้ไข
1. การปลูกพืชไร่
ควรมีการจัดระบบการปลูกพืชให้หมุนเวียนตลอดทั้งปี
ปรับปรุงดินด้วยปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกอัตรา 1-2 ตันต่อไร่ ร่วมกับการปลูกพืชบ ารุงดิน โดยหว่านเมล็ดถั่วพร้า
อัตรา 8-10 กิโลกรัมต่อไร่ เมล็ดถั่วพุ่มอัตรา 6-8 กิโลกรัมต่อไร่ หรือปอเทืองอัตรา 4-6 กิโลกรัมต่อไร่ ไถ
กลบระยะออกดอก ปล่อยไว้ 1-2 สัปดาห์ ก่อนปลูกพืช ร่วมกับการใช้ปุ๋ยเคมีตามชนิดพืชที่ปลูก ใช้น้ าหมัก
ชีวภาพ 200 มิลลิลิตร ในน้ า 100 ลิตร ฉีดพ่นหรือรดลงดินทุกๆ 15-30 วัน ในพื้นที่ 1 ไร่ มีระบบอนุรักษ์
ดินและน ้าที่เหมาะสมตามสภาพพื้นที่ เช่น ไถพรวนและปลูกพืชตามแนวระดับ ปลูกพืชปุ๋ยสด วัสดุคลุมดิน
ปลูกพืชหมุนเวียน ปลูกพืชสลับเป็นแถบ พัฒนาแหล่งน้ าไว้ใช้ในช่วงที่พืชขาดน้ า เช่น ขุดบ่อน้ าประจ าไร่นา
หรือท าฝายกั้นน้ า โดยมีระบบการใช้น้ าตามชนิดพืชที่ปลูก เช่น ระบบน้ าหยด ระบบฉีดฝอย
2. การปลูกไม้ผลหรือไม้ยืนต้น
ขุดหลุมปลูกขนาด 50x50x50 เซนติเมตร หรือ 75x75x75
เซนติเมตร ปรับปรุงหลุมปลูกด้วยปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกอัตรา 20-35 กิโลกรัมต่อหลุม ร่วมกับการใช้ปุ๋ยเคมี
ตามชนิดพืชที่ปลูก ใช้น้ าหมักชีวภาพ 500 มิลลิลิตร ในน้ า 250 ลิตร ฉีดพ่นหรือรดลงดินทุก 1 เดือน ใน
พื้นที่ 1 ไร่ ในช่วงการเจริญเติบโต ก่อนและหลังการเก็บเกี่ยว ถ้าดินเป็นกรดมาก ปรับปรุงด้วยการใส่ปูน
โดโลไมต์ 100-300 กิโลกรัมต่อไร่ หรือ อัตรา 2 กิโลกรัมต่อหลุม เมื่อไม้ผลมีขนาดใหญ่ขึ้น ควรมีไม้ค้ ายัน
และเอาหน้าดินบริเวณใกล้เคียงมาผสมกับปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกพูนโคนต้นอยู่ประจ า เพื่อเสริมความแข็งแรง
ท าให้ไม่ล้มง่าย ปลูกพืชคลุมดินเพื่อรักษาความชื้นในดิน บริเวณพื้นที่ลาดชันควรมีระบบการอนุรักษ์ดินและ
น้ าที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ เช่น ปลูกพืชปุ๋ยสด ปลูกพืชคลุมดิน วัสดุคลุมดิน ท าฐานปลูกเฉพาะต้น ท า
แนวรั้วหญ้าแฝกหรือฐานหญ้าแฝกเฉพาะต้น หรือปลูกพืชแซมระหว่างแถวไม้ผลหรือไม้ยืนต้น และจัดระบบ
การให้น้ าในแปลงปลูก เช่น ให้น้ าแบบหยด ระบบฉีดฝอยหรือฝังกระบอกน้ าโคนต้นพืช
(3) ปัญหาการใช้ที่ดินผิดประเภท เนื่องจากลักษณะของดินเป็นที่ดอน ดินมี
การระบายน้ าดีปานกลางถึงค่อนข้างเลว เนื้อดินเป็นดินร่วนปนทรายเหมาะสมส าหรับปลูกพืชไร่ ไม้ผล และ
ไม้ยืนต้น แต่เกษตรกรได้มีการปรับสภาพพื้นที่โดยการท าคันนาเพื่อกักเก็บน้ าและใช้ประโยชน์ที่ดินในการ
ปลูกข้าว แต่เนื่องจากลักษณะและสมบัติดินเป็นดินที่ดอนและสภาพพื้นที่ไม่เหมาะสม อีกทั้งคันนาที่สร้าง
ขึ้นมีขนาดเล็กท าให้อาจประสบปัญหาการขาดแคลนน้ า ปริมาณน้ าไม่เพียงพอส าหรับการเจริญเติบโตของ
ข้าว มีเนื้อที่รวมทั้งสิ้น 333 ไร่ หรือร้อยละ 6.9059 ของพื้นที่ด าเนินการ แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่

