Page 67 - การกักเก็บคาร์บอนในดินตัวแทนหลักภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
P. 67

ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
                                                             55




                   ภาพถ่ายของหน้าตัดดิน และการใช้ประโยชน์ที่ดินนั้นๆ หลังจากนั้นน าตัวอย่างดินที่ได้ไปตากให้แห้งในที่

                   ร่ม แล้วน าไปวิเคราะห์หาปริมาณอินทรีย์คาร์บอนต่อไป
                                       (3) การเก็บตัวอย่างพืช: สุ่มเก็บตัวอย่างพืชโดยพิจารณาตามประเภทการใช้ที่ดิน
                   โดยเก็บชิ้นส่วนของพืช (ตารางที่ 4.2) หลังจากนั้นตากให้แห้งในร่ม แล้วน าไปวิเคราะห์หาองค์ประกอบ
                   ทางเคมีของซากพืชต่อไป

                                       (4) การวิเคราะห์ตัวอย่างดินและพืช: น าตัวอย่างดินไปวิเคราะห์ปริมาณคาร์บอนใน
                   ดิน และน าตัวอย่างพืชหรือเศษซากพืชที่เก็บได้มาท าการตัดให้มีขนาดเล็กประมาณ 1 - 2 เซนติเมตร เพื่อ
                   คลุกเคล้าให้มีความสม่ าเสมอ แล้วน าตัวอย่างไปวิเคราะห์หาปริมาณคาร์บอน ไนโตรเจน และอัตราส่วน
                   ของคาร์บอนและไนโตรเจน


                   ตารางที่ 4.2 การเก็บชิ้นส่วนตัวอย่างพืชและเศษซากพืชในพื้นที่ศึกษาที่มีการใช้ประโยชน์ที่ดินต่างกัน

                    สภาพพื้นที่/การใช้ประโยชน์ที่ดิน                   เศษซากพืช/วัสดุอินทรีย์

                    1. ที่ลุ่ม
                          - ข้าว                                       ฟางข้าว/ตอซัง
                    2. ที่ดอน

                          - มันส าปะหลัง                               ใบ หรือกิ่งที่ร่วงหล่น
                          - อ้อย                                       ซากใบอ้อย
                          - ยางพารา                                    ใบที่ร่วงหล่นตามธรรมชาติ
                          - ยูคาลิปตัส                                 ใบที่ร่วงหล่นตามธรรมชาติ

                          - ต้นพลวง                                    ใบไม้ร่วงหล่นตามธรรมชาติ

                                 5) การศึกษาการเปลี่ยนแปลงอินทรีย์คาร์บอนในดินที่มีการใส่วัสดุอินทรีย์ต่างกัน

                                     การศึกษานี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาในเชิงลึกเกี่ยวกับปริมาณการสะสมของ
                   อินทรีย์คาร์บอนในดิน โดยแบ่งการศึกษาเป็น 2 ส่วน คือ
                                     (1) การศึกษาในแปลงทดลองดินดอน (ภาพที่ 4.7) โดยเลือกศึกษาในชุดดินโคราช

                   การจ าแนกดินเป็น  coarse-loamy, isohyperthermic Typic (Oxyaquic) Kandiustalfs (Soil Survey
                   Staff, 2010) ในพื้นที่ต าบลท่าพระ อ าเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ชุดดินโคราชเป็นดินที่มีเนื้อดินร่วน
                   หยาบ พบแพร่กระจายอยู่ประมาณ 2.56 ล้านไร่ (ร้อยละ 2.43 ของเนื้อที่ภาค) (สถิระ และคณะ, 2558)
                   ศึกษาสมบัติดินบางประการที่ระดับความลึก 0 - 15 เซนติเมตร เป็นช่วงความลึกที่มีการเปลี่ยนแปลง

                   ปริมาณอินทรีย์คาร์บอนในดินค่อนข้างสูง (ตารางที่ 4.3)
                                      ลักษณะของชุดดินโคราช เป็นดินลึก ดินบน (0 - 25 เซนติเมตร) มีเนื้อดินเป็นดินทราย
                   ปนดินร่วนหรือดินร่วนปนทราย สีน้ าตาลเข้มหรือน้ าตาล ดินล่าง (25 - 50 เซนติเมตร) มีเนื้อดินเป็นดิน
                   ร่วนปนทรายและดินร่วนเหนียวปนทรายในตอนล่างลึกๆ อาจพบสีเทาปนน้ าตาล สีเทาหรือเทาปนชมพูใน

                   ดินล่างลึกลงไป พบจุดประสีน้ าตาลแก่หรือเหลืองปนแดง ภายในความลึก 100 เซนติเมตร อาจพบก้อน
                   เหล็กสะสมในดินล่าง ดินมีความเป็นกรดจัดถึงเป็นกรดเล็กน้อย (pH 5.5 - 6.5) ในดินบนและเป็นกรดจัด
                   มากถึงกรดปานกลาง (pH 4.5 - 6.0) ในดินล่าง
   62   63   64   65   66   67   68   69   70   71   72