Page 4 - การกักเก็บคาร์บอนในดินตัวแทนหลักภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
P. 4

ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
                                                              ii




                   รองลงมาคือ อ้อย และพลวง ผลนี้ สะท้อนให้เห็นว่า การใช้ประโยชน์ที่ดินส่งผลให้ดินมีปริมาณอินทรีย์

                   คาร์บอนแตกต่างกันซึ่งขึ้นอยู่กับปริมาณและองค์ประกอบทางเคมีของมวลชีวภาพของซากพืช
                          จากผลการใช้วัสดุอินทรีย์ต่างกันต่อปริมาณอินทรีย์คาร์บอนในดิน พบว่า กรณีศึกษาในชุดดิน
                   โคราช การใส่ใบมะขามร่วงท าให้ดินมีปริมาณอินทรีย์คาร์บอนสูงสุด (ร้อยละ 0.36) รองลงมาคือ ซากถั่วลิสง
                   ใบพลวง ฟางข้าว และดินที่ไม่ใส่อะไรเลยมีอินทรีย์คาร์บอนต่ าสุด  กรณีศึกษาในชุดดินหนองบุญนาก

                   พบว่า การไถกลบตอซังอย่างเดียวมีปริมาณอินทรีย์คาร์บอนสูงสุด (ร้อยละ 0.84) รองลงมาคือ การคลุม
                   ด้วยตอซัง (ร้อยละ 0.72) วัสดุอินทรีย์ที่สลายตัวเร็วและมีการปลดปล่อยก๊าชคาร์บอนไดออกไซด์สูงส่งผล
                   ให้มีปริมาณอินทรีย์คาร์บอนสะสมในดินต่ า โดยอัตราการสลายตัวและการปลดปล่อยก๊าชคาร์บอนไดออกไซด์
                   มีสหสัมพันธ์ในทางบวกกับปริมาณเซลลูโลส (r= 0.70*) และทางลบกับปริมาณลิกนิน (r= -0.85***) และ

                   โพลีฟีนอล (r= -0.81**)
                          จากผลการศึกษาเกี่ยวกับสถานภาพและกลไกการเปลี่ยนแปลงของอินทรีย์คาร์บอนในดินครั้งนี้
                   สามารถน าไปใช้เป็นแนวทางการจัดการดินส าหรับการกักเก็บคาร์บอนในดินภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
                   อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว
   1   2   3   4   5   6   7   8   9