Page 73 - เอกสารประกอบการประชุมวิชาการกรมพัฒนาที่ดิน ปี2560 วิชาการงานพัฒนาที่ดิน ขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตเกษตรกรสู่ความยั่งยืน : ระหว่างวันที่ 19-21 กรกฎาคม 2560 ณ โรงแรมสยามออเรียนทัล อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
P. 73
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
ประชุมวิชาการกรมพัฒนาที่ดิน ปี 2560 “วิชาการงานพัฒนาที่ดิน ขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตเกษตรกรสู่ความยั่งยืน” วันที่ 19 - 21 กรกฎาคม 2560
เพิ่มขึ นมีความแตกต่างกันทางสถิติอย่างมีนัยส าคัญยิ่ง จากการทดลอง พบว่า ต ารับที่มีการใช้ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยเคมี
และน าหมักชีวภาพ ในต ารับที่ 4 6 และ 8 มีปริมาณอินทรียวัตถุเท่ากับ 2.70 2.32 และ 2.49 เปอร์เซ็นต์
ตามล าดับ รองลงมาเป็นต ารับที่มีการใช้ปุ๋ยชีวภาพ พด.12 ร่วมกับปุ๋ยเคมี พร้อมฉีดน าหมักชีวภาพ ในต ารับที่
3 5 และ 7 มีปริมาณอินทรียวัตถุเท่ากับ 1.17 1.23 และ 0.93 เปอร์เซ็นต์ ตามล าดับ เปรียบเทียบกับการใช้
ปุ๋ยเคมีเพียงอย่างเดียว มีอินทรียวัตถุ เท่ากับ 0.66 เปอร์เซ็นต์ และฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์จากการทดลอง
พบว่ามีความแตกต่างกันทางสถิติอย่างมีนัยส าคัญยิ่ง โดยต ารับที่มีการใช้ปุ๋ยหมักร่วมกับปุ๋ยเคมี พร้อมฉีดน า
หมักชีวภาพ ในต ารับที่ 4 6 และ 8 มีปริมาณฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์เท่ากับ 1996 และ 1943 และ 2001
มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ตามล าดับ รองลงมาเป็นการใช้ปุ๋ยชีวภาพ พด.12 ร่วมกับปุ๋ยเคมี พร้อมฉีดน าหมักชีวภาพ
ในต ารับที่ 3 5 และ 7 มีปริมาณฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์เท่ากับ 550 659 และ 322 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม
ตามล าดับ เปรียบเทียบกับการใช้ปุ๋ยเคมีเพียงอย่างเดียว มีปริมาณฟอสฟอรัส เท่ากับ 140 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม
ส าหรับการวิเคราะห์ปริมาณโพแทสเซียมที่แลกเปลี่ยนได้พบว่า มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติ
โดยต ารับที่มีการใช้ปุ๋ยหมักร่วมกับการใช้ปุ๋ยเคมี พร้อมฉีดน าหมักชีวภาพมีปริมาณโพแทสเซียมมากที่สุด ใน
ต ารับที่ 4 6 และ 8 มีปริมาณโพแทสเซียมเท่ากับ 235 296 และ 251 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ตามล าดับ
รองลงมาเป็นต ารับที่ 3 5 และ 7 ซึ่งมีปริมาณโพแทสเซียมเท่ากับ 132 189 และ178 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม
ตามล าดับ เปรียบเทียบกับการใช้ปุ๋ยเคมี มีปริมาณโพแทสเซียมเท่ากับ 126 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม
ส าหรับการวิเคราะห์ปริมาณธาตุอาหารรองได้แก่ แคลเซียม และแมกนีเซียมที่แลกเปลี่ยนได้ จากการ
ทดลองพบว่า มีความแตกต่างกันทางสถิติอย่างมีนัยส าคัญยิ่ง ซึ่งต ารับที่มีการใช้ปุ๋ยหมักร่วมกับปุ๋ยเคมี พร้อม
ฉีดน าหมักชีวภาพจากการทดลองพบว่า ในปริมาณมากในต ารับที่ 4 6 และ 8 มีปริมาณแคลเซียมและ
แมกนีเซียมเท่ากับ 3488 3131 3222 และ 690 574 656 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ตามล าดับ รองลงมาเป็นต ารับ
ที่มีการใช้ปุ๋ยชีวภาพ พด.12 ร่วมกับปุ๋ยเคมี พร้อมฉีดน าหมักชีวภาพในต ารับที่ 3 5 และ 7 มีปริมาณแคลเซียม
และแมกนีเซียม เท่ากับ 1609 1675 1141 และ 397 432 276 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ตามล าดับ เปรียบเทียบ
กับการใช้ปุ๋ยเคมีเพียงอย่างเดียว มีปริมาณแคลเซียมและแมกนีเซียมเท่ากับ 858 และ 273 มิลลิกรัมต่อ
กิโลกรัม ดังตารางที่ 1
2. การเจริญเติบโตของมะละกอ
ส าหรับการเจริญเติบโตในด้านความสูง รัศมีทรงพุ่ม และเส้นรอบวงล าต้นของมะละกอ ซึ่งได้
ท าการเก็บข้อมูลของมะละกอทุกๆ 1 เดือน จนถึงอายุ 5 เดือน ซึ่งเป็นระยะการเจริญของมะละกอก่อนเข้าสู่
ระยะที่ให้ผลผลิต โดยตลอดระยะเวลา 5 เดือน พบว่า การเจริญเติบโตของมะละกอมีแนวโน้มการเจริญเติบโต
ใกล้เคียงกันในด้านความสูง จากการทดลอง พบว่า ความสูงไม่มีความแตกต่างกันทางสถิติหลังจากเก็บข้อมูล
ด้านความสูงในเดือนที่ 5 ไปแล้ว โดยในต ารับที่ 6 การใช้ปุ๋ยหมัก ร่วมกับปุ๋ยเคมีอัตราตามค าแนะน า พร้อมฉีด
น าหมักชีวภาพ มีการเจริญเติบโตด้านความสูงมากที่สุด 162.08 เซนติเมตร รองลงมาในต ารับที่ 5 การใช้ปุ๋ย
ชีวภาพ พด.12 ร่วมกับปุ๋ยเคมี พร้อมฉีดน าหมักชีวภาพมีการเจริญเติบโตด้านความสูงมากที่สุด เท่ากับ 156.83
เซนติเมตร เปรียบเทียบกับการใช้ปุ๋ยเคมีในต ารับที่ 2 มีความสูงเท่ากับ 153.58 เซนติเมตร ซึ่งการเจริญเติบโต
ใกล้เคียงกันในต ารับที่ 3 4 7 และ 8 มีความสูงเท่ากับ 144.00 145.33 153.33 และ 150.75 เซนติเมตร
51

