Page 135 - เอกสารประกอบการประชุมวิชาการกรมพัฒนาที่ดิน ปี2560 วิชาการงานพัฒนาที่ดิน ขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตเกษตรกรสู่ความยั่งยืน : ระหว่างวันที่ 19-21 กรกฎาคม 2560 ณ โรงแรมสยามออเรียนทัล อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
P. 135

ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน

                   ประชุมวิชาการกรมพัฒนาที่ดิน ปี 2560 “วิชาการงานพัฒนาที่ดิน ขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตเกษตรกรสู่ความยั่งยืน” วันที่ 19 - 21 กรกฎาคม 2560


                             2.1 สมบัติทางทางกายภาพ คือ ค่าความจุความชื นที่เป็นประโยชน์ของพืช (Available Water
                  Capacity; AWC) หาได้จากค่าความจุความชื นภาคสนาม (Field Capacity, FC) ของดินที่ระดับแรงตึงเครียด

                  (Tension) เท่ากับ pF 2.0 (10 kPa) โดยใช้ Pressure Cooker Apparatus แ ล ะท าการวิเคราะห์หาค่า

                  ความชื นที่จุดเหี่ยวถาวร (Permanent Wilting Point, PWP) ที่ระดับ pF 4.2 (1,500 kPa) โดยใช้ Pressure
                  Membrane Apparatus ค่าความจุความชื นที่เป็นประโยชน์ของพืช ได้มาจากการน าค่าที่ได้ในแต่ละระดับ

                  ความลึกมาหาค่าความแตกต่าง โดย AWC= FC-PWP และความหนาแน่นรวมของดิน (Bulk Density; BD)
                  โดย Core Method จากนั นท าการเก็บตัวอย่างดินแบบรบกวน (Disturbed) มาวิเคราะห์หาเนื อดินวิธี Pipet

                  Method พบว่าในช่วงความลึกของรากพืช 60 เซนติเมตร มีเนื อดินเป็นดินเหนียว และมีค่าความจุความชื นที่

                  เป็นประโยชน์ของพืช (AWC) 24.8 มิลลิเมตร
                              2.2 สมบัติทางเคมีดิน ซึ่งประกอบไปด้วยค่าปฏิกิริยาดิน (pH) ปริมาณอินทรียวัตถุ ปริมาณ

                  ฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมที่เป็นประโยชน์ เพื่อใช้ในการก าหนดอัตราปุ๋ยที่ให้จากการเก็บตัวอย่างดินแบบสุ่ม

                  ทั่วทั งแปลง ที่ช่วงความลึก 30 เซนติเมตร พบว่า มีปฏิกิริยาดินเป็นกลางถึงด่างเล็กน้อย (pH 7.0-7.8) ส าหรับชั น
                  ดินบน พบว่ามีปริมาณอินทรียวัตถุปานกลาง (2.25 เปอร์เซนต์) ปริมาณฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ค่อนข้างต่ า (7.3

                  มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม) ปริมาณโพแทสเซียมที่เป็นประโยชน์สูง (516 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม) น าผลวิเคราะห์ที่ได้มา
                  ค านวณปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินตามค าแนะน าการใช้ปุ๋ยข้าวโพดตามโปรแกรมค าแนะน าการจัดการดินและปุ๋ย

                  รายแปลงของกรมพัฒนาที่ดิน  ซึ่งได้ค าแนะน าปริมาณความต้องการไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม มีค่า

                  เท่ากับ 5.07-10.40-0.06 กิโลกรัม N-P O -K O ต่อไร่
                                                 2 5 2
                         3. เมื่อได้ผลการวิเคราะห์แล้ว ใช้แบบจ าลองการปลูกพืชประเมินหาค าแนะน าการจัดการน  าที่

                  เหมาะสม เพื่อก าหนดเป็นต ารับการทดลอง


                  การวางแผนการทดลอง

                         วางแผนการทดลองแบบ split split plot in RCBD มี 3 ซ  า ประกอบด้วย ปัจจัยหลัก (Main Plot)
                  3 ปัจจัย คือ 1) ให้น  าช่วงความชื นดินที่ลดลง 40 เปอร์เซ็นต์ของ AWC 2) ให้น  าช่วงความชื นดินที่ลดลง 60

                  เปอร์เซ็นต์ของ AWC 3) ให้น  าช่วงความชื นดินที่ลดลง 80 เปอร์เซ็นต์ของ AWC ปัจจัยรอง (Sub Plot)
                  2 ปัจจัย คือ 1) ไม่ใส่ปุ๋ยอินทรีย์ 2) ใส่ปุ๋ยอินทรีย์ และปัจจัยย่อย (Sub Sub Plot) 4 ปัจจัย คือ 1) ปริมาณปุ๋ย

                  ไนโตรเจน 1.25 เท่าของค าแนะน า 2) ปริมาณปุ๋ยไนโตรเจนตามค าแนะน า 3) ปริมาณปุ๋ยไนโตรเจน 0.75 เท่า

                  ของค าแนะน า 4) ปริมาณปุ๋ยไนโตรเจน 0.50 เท่าของค าแนะน า
                         เตรียมแปลงย่อยขนาด 4.5 x 6.0 เมตร จ านวน 72 แปลงย่อย โดยต ารับการทดลองที่มีการใส่ปุ๋ย

                  ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียมท าการใส่รองพื นก่อนปลูก ส่วนต ารับการทดลองที่มีการใส่ปุ๋ยไนโตรเจนท าการ

                  แบ่งใส่ 2 ครั ง คือรองพื นก่อนปลูกและเมื่ออายุได้ 30 วัน โดยใส่สองข้างของแถวปลูกพร้อมพรวนดินกลบ
                  ติดตั งระบบน  าหยด แล้วท าการปลูกข้าวโพดหวานพันธุ์ไฮบริกซ์ 3 จ านวน 2 เมล็ดต่อหลุม ซึ่งใช้ระยะปลูก

                  0.75 x 0.25 เมตร  ปล่อยให้ต้นข้าวโพดโตประมาณ 10 วัน ถอนแยกให้เหลือ 1 ต้นต่อหลุม ให้น  าตามกรรมวิธี



                                                              111
   130   131   132   133   134   135   136   137   138   139   140