Page 154 - แผนการใช้ที่ดินลุ่มน้ำสาขาแม่น้ำสายบุรี
P. 154

3-79





                         ระหวาง 1.45  –  1.68   จึงสงผลใหระดับความเหมาะสมทางเศรษฐกิจของการใชประโยชนที่ดิน

                  เพื่อการปลูกยางพารา อยูในระดับปานกลาง (S2) ทั้ง 4 หนวยที่ดิน  สําหรับในหนวยที่ดินที่ 39B

                  ผลผลิตเฉลี่ย 163.24  กิโลกรัมตอไร รายได 6,734.47  บาทตอไร  ตนทุนผันแปร 5,287.94  บาทตอไร
                  รายไดเหนือตนทุนผันแปร 1,446.53 บาทตอไร และอัตราสวนของรายไดตอตนทุนผันแปรเทากับ 1.27

                  จึงสงผลใหระดับความเหมาะสมทางเศรษฐกิจของการใชประโยชนที่ดินเพื่อการปลูกยางพารา อยูใน

                  ระดับเล็กนอย (S3)

                                ปาลมน้ํามัน  สํารวจจํานวน 2 หนวยที่ดิน คือ หนวยที่ดินที่ 26B และ 34B พันธุที่ปลูก
                  เปนพันธุลูกผสมเทเนอรา และสุราษฎรธานี - 2 ปาลมน้ํามันเปนไมยืนตนที่มีอายุการผลิตเกินกวา 1 ป

                  การวิเคราะหครั้งนี้กําหนดใหปาลมน้ํามันมีรอบอายุการผลิต 20 ป การพิจารณาผลตอบแทนการผลิต

                  ปาลมน้ํามัน จึงใชมูลคาปจจุบันของรายไดเหนือตนทุนผันแปรทั้งหมด (NPV) อัตราสวนของผลไดตอ

                  ตนทุนผันแปร (B/C Ratio)  ตลอดจนนําตนทุนผันแปรและรายไดที่คํานวณเปนคาปจจุบันมา
                  พิจารณารวมดวย ผลการวิเคราะหพบวาการปลูกปาลมน้ํามัน ในหนวยที่ดินที่ 26B และ 34B ผลผลิต

                  เฉลี่ย  4,237.40  และ 4,355.86  กิโลกรัมตอไร ตามลําดับ รายได 12,027.92  และ 12,794.76  บาทตอไร

                  ตามลําดับ ตนทุนผันแปร  5,685.62 และ  5,796.86 บาทตอไร ตามลําดับ รายไดเหนือตนทุนผันแปร
                  6,342.30 และ 6,997.90 บาทตอไร ตามลําดับ และอัตราสวนของรายไดตอตนทุนผันแปรเทากับ 2.12

                  และ 2.21 ตามลําดับ จึงสงผลใหระดับความเหมาะสมทางเศรษฐกิจของการใชประโยชนที่ดินเพื่อการปลูก

                  ปาลมน้ํามัน อยูในระดับระดับสูง (S1) ทั้ง 2 หนวยที่ดิน
                                มะพราว  สํารวจจํานวน 2  หนวยที่ดิน คือ หนวยที่ดินที่ 26B  และ43  พันธุที่ปลูก

                  เปนพันธุตนสูง  เปนไมยืนตนที่มีอายุการผลิตเกินกวา 1 ป การวิเคราะหครั้งนี้กําหนดใหมะพราวมีรอบ

                  อายุการผลิต 35 ป การพิจารณาผลตอบแทนการผลิตมะพราว จึงใชมูลคาปจจุบันของรายไดเหนือ

                  ตนทุนผันแปรทั้งหมด (NPV) อัตราสวนของรายไดตอตนทุนผันแปร (B/C Ratio) ตลอดจนนํา
                  ตนทุนผันแปรและรายไดที่คํานวณเปนคาปจจุบันมาพิจารณารวมดวย ผลการวิเคราะหพบวาการปลูก

                  มะพราว ในหนวยที่ดินที่ 26B และ 43 ผลผลิตเฉลี่ย  1,193.77  และ 1,135.14  กิโลกรัมตอไร ตามลําดับ

                  รายได 4,098.56  และ  4,050.32  บาทตอไร ตามลําดับ ตนทุนผันแปร 1,561.81 และ 1,868.10 บาทตอไร

                  ตามลําดับ รายไดเหนือตนทุนผันแปร 2,536.75  และ 2,182.22  บาทตอไร ตามลําดับ และอัตราสวน
                  ของรายไดตอตนทุนผันแปรเทากับ  2.62  และ2.17  ตามลําดับ  จึงสงผลใหระดับความเหมาะสมทาง

                  เศรษฐกิจของการใชประโยชนที่ดินเพื่อการปลูกมะพราว อยูในระดับปานกลาง (S2) ทั้ง 2 หนวยที่ดิน

                                รายละเอียดผลการวิเคราะหเพื่อประเมินความเหมาะสมของประเภทการใชประโยชน
                  ที่ดินดานเศรษฐกิจของการผลิตพืชบริเวณลุมน้ําสาขาแมน้ําสายบุรี แสดงในตารางที่ 3-17 ถึงตารางที่

                  3-20 และตารางผนวก ข




                  แผนการใชที่ดินลุมน้ําสาขาแมน้ําสายบุรี
   149   150   151   152   153   154   155   156   157   158   159