Page 153 - แผนการใช้ที่ดินลุ่มน้ำสาขาแม่น้ำสายบุรี
P. 153

3-78





                        3.2.2  การประเมินคุณภาพที่ดินดานเศรษฐกิจ

                             การประเมินคุณภาพที่ดินดานเศรษฐกิจ เปนการวิเคราะหสภาพการผลิตพืชแตละหนวยที่ดิน

                  โดยพิจารณาจากการจัดการที่ดิน ปริมาณเงินลงทุนและรายไดเหนือตนทุนผันแปรจากการใช
                  ประโยชนที่ดิน ขอมูลที่เปนตัวแทนในการวิเคราะหเปนขอมูลจากลุมน้ําสาขาคลองปะเหลียน ลุมน้ําสาขา

                  ภาคใตฝงตะวันออกตอนลาง และลุมน้ําสาขาคลองละงู ปการผลิต 2556/57  โดยกลุมวางแผน
                  ทรัพยากรน้ําเพื่อการพัฒนาที่ดิน กองนโยบายและแผนการใชที่ดิน กรมพัฒนาที่ดิน ผลการประเมิน

                  คุณภาพที่ดินดานเศรษฐกิจนําไปพิจารณารวมกับองคประกอบอื่นๆ เชน ขอมูลของหนวยราชการที่
                  เกี่ยวของตลอดจนผลการประเมินคุณภาพที่ดินดานกายภาพ เพื่อกําหนดทางเลือกที่เหมาะสมของ

                  ประเภทการใชประโยชนที่ดินในแตละหนวยที่ดิน แลวนําผลลัพธที่ไดมาพิจารณาประกอบการวางแผน

                  การใชที่ดิน ผลการวิเคราะหจําแนกตามประเภทการใชประโยชนที่ดินในพื้นที่ลุมน้ําสาขาแมน้ําสายบุรี
                  ดังนี้

                             1) การประเมินตนทุนและรายไดจากการผลิตพืช

                                เขตเกษตรน้ําฝน  สํารวจจํานวน 9 หนวยที่ดิน คือ หนวยที่ดินที่ 6 17 26 26B 32 34B
                  39B 43 และ 53C  ดังนี้

                                ขาวเจานาป สํารวจจํานวน 2 หนวยที่ดิน คือ หนวยที่ดินที่ 6 และ 17 เกษตรกรปลูก

                  ขาวเจานาป (นาดํา) พันธุเล็บนกปตตานี ผลผลิตเฉลี่ย 398.50 และ 341.67 กิโลกรัมตอไร ตามลําดับ

                  รายได  5,690.58 และ  4,879.05 บาทตอไร ตามลําดับ ตนทุนผันแปร 3,840.87 และ 4,119.98 บาทตอไร
                  ตามลําดับ รายไดเหนือตนทุนผันแปร 1,849.71 และ 759.07 บาทตอไร ตามลําดับ และอัตราสวนของ

                  รายไดตอตนทุนผันแปรเทากับ 1.48 และ 1.18  ตามลําดับ  จึงสงผลใหระดับความเหมาะสมทาง

                  เศรษฐกิจของการใชประโยชนที่ดินเพื่อการปลูกขาวเจานาป (นาดํา) พันธุเล็บนกปตตานี อยูในระดับ

                  เล็กนอย (S3) ทั้ง 2 หนวยที่ดิน
                                ยางพารา สํารวจจํานวน 5 หนวยที่ดิน คือ หนวยที่ดินที่ 26 32 34B  39B และ 53C

                  พันธุที่ปลูกเปนพันธุ RRIM 600 ซึ่งเกษตรกรสวนใหญในพื้นที่ลุมน้ําจะเก็บผลผลิตขายในรูปน้ํายางพารา

                  โดยจะคํานวณเปนน้ําหนักเนื้อยางแหง ยางพาราเปนไมยืนตนที่มีอายุการผลิตเกินกวา 1 ป การวิเคราะห
                  ครั้งนี้กําหนดใหยางพารามีรอบอายุการผลิต 25 ป การพิจารณาผลตอบแทนการผลิต จึงใชมูลคา

                  ปจจุบันของรายไดเหนือตนทุนผันแปรทั้งหมด (NPV) อัตราสวนของผลไดตอตนทุนผันแปร (B/C Ratio)

                  ตลอดจนนําตนทุนผันแปรและรายไดที่คํานวณเปนคาปจจุบันมาพิจารณารวมดวย ผลการวิเคราะห
                  พบวาการปลูกยางพารา ในหนวยที่ดินที่ 26 32 34B และ 53C ผลผลิตเฉลี่ยระหวาง  221.38 – 266.80 กิโลกรัมตอไร

                  รายไดระหวาง 9,446.29  – 10,674.69 บาทตอไร ตนทุนผันแปรระหวาง 6,347.13 – 6,533.28 บาทตอไร

                  รายไดเหนือตนทุนผันแปร 2,913.01 – 4,327.56 บาทตอไร และอัตราสวนของรายไดตอตนทุนผันแปร






                                                                        กองนโยบายและแผนการใชที่ดิน กรมพัฒนาที่ดิน
   148   149   150   151   152   153   154   155   156   157   158