Page 142 - แผนการใช้ที่ดินลุ่มน้ำสาขาแม่น้ำสายบุรี
P. 142

3-67





                  นําตนกลาลงปลูกในฤดูฝน ชวงเดือนพฤษภาคม – มิถุนายน แลวใสปุยสูตร 15-15-15  ในอัตรา

                  3 กิโลกรัม/ไร เริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิต ประมาณชวงเมษายนเปนตนไป ผลผลิตเฉลี่ย 800-1,000 กิโลกรัม/ไร

                                1.5)  มะพราว เกษตรนิยมปลูกมะพราวพันธุพื้นเมืองและพันธุชุมพรลูกผสม

                  โดยนิยมปลูกกันในชวงหนาฝนขุดหลุมปลูกขนาด 50x50x50 เซนติเมตร โดยขุดดินตรงกลางหลุมขนาด
                  เทาผลมะพราว ใชปูนขาวหรือยากันราทาตรงรอยตัดวางหนอลงในหลุมใหหนอตั้งตรงเอาหนอมะพราว

                  วางลงจัดรากใหแผตามธรรมชาติ เอาดินกลบเหยียบดานขางใหแนน กลบดินใหเสมอผิวของผลมะพราว

                  ปกหลักกันลมโยกในระยะแรกๆ ควรทํารมบังแดดดวย การดูแลรักษา  การใหน้ําในชวง 1-2  ปแรก
                  การใหน้ําแกตนมะพราวเปนสิ่งจําเปนในฤดูแลง ควรรดน้ําอยางนอยอาทิตยละครั้ง และใชเศษหญาคลุม

                  โคนมะพราวเพื่อรักษาความชื้น  ใสปุยและกําจัดวัชพืชอยางสม่ําเสมอ เริ่มเก็บผลผลิตในชวงเดือน

                  สิงหาคมถึงกันยายน  ผลมะพราวเริ่มแกเมื่ออายุประมาณ 11-12  เดือน เกษตรกรนิยมสอยมะพราว

                  ทุกๆ 45-60 วัน โดยนิยมใชไมไผลํายาวๆ  ที่มีตะขอผูกติดปลายลํา ใชตะขอเกี่ยวทะลายที่มีผลแก
                  แลวดึงกระตุกใหผลหลุดลงมา แตถามะพราวสูงมาก มักใชลิงในการเก็บแทน ผลผลิตเฉลี่ย 500-800

                  ผล/ไร/ป

                             2) ประเภทการใชประโยชนที่ดินในเขตเกษตรชลประทาน สามารถคัดเลือกประเภท
                  การใชประโยชนที่ดินไดดังนี้

                                2.1)  ขาวนาป เกษตรกรนิยมปลูกขาวพันธุเล็บนกปตตานี  พันธุเข็มทอง มีการปลูกแบบ

                  นาดํา มีการเตรียมดินเพื่อทําแปลงกลาเปนระยะเวลา 30 วันในชวงเดือนกรกฎาคม หลังจากนั้นทําการ
                  ไถดะ ไถแปร คราดเพื่อทําเทือก และทําการปกดําในเดือนสิงหาคม มีการจัดการโดยใสปุย 2 ครั้ง

                  ครั้งแรกรองพื้นที่ใชปุยเคมีสูตร 16-20-0 อัตรา 20 กิโลกรัม/ไร ครั้งที่ 2 ใสปุยกอนขาวออกรวงใชปุยเคมี

                  สูตร 46-0-0 อัตรา 15-20 กิโลกรัม/ไร เก็บเกี่ยวชวงเดือนกุมภาพันธ ใชแรงงานคนเปนหลัก ผลผลิต

                  ประมาณ 350-450 กิโลกรัม/ไร
                                2.2)  ยางพารา เกษตรกรสวนใหญนิยมปลูกยางพาราสายพันธุ RRIM 600 ปลูกในชวง

                  ตนฤดูฝนประมาณเดือนมิถุนายนถึงเดือนพฤษภาคม มีวิธีการปลูกแบบขุดหลุมปลูก หลุมมีขนาด

                  50x50x50  เซนติเมตร มีระยะระหวางตน 2.5 เมตร ระยะระหวางแถว 7-8 เมตร มีปริมาณ 80-91 ตน/ไร

                  วิธีการดูแลรักษามีการใสปุยดวยกัน 2 ครั้ง ครั้งที่ 1 ตนฤดูฝนประมาณเดือนเมษายนใสปุยสูตร 16-11-14
                  ครั้งที่ 2 ปลายฤดูฝนประมาณเดือนตุลาคมใสปุยสูตร 16-11-14 มีอัตราการใชตนละประมาณ 500-600

                  กรัม/ไร  ยางพาราสามารถเปดกรีดได เมื่ออายุประมาณ 7  ป เปดหนายางชวงเดือนตุลาคมเปนตนไป

                  นิยมใชแรงงานคนเปนหลักในการเก็บเกี่ยว ผลผลิตเฉลี่ย 200-300 กิโลกรัม/ไร
                                2.3)  ปาลมน้ํามัน เกษตรกรนิยมปลูก  ปาลมน้ํามันสายพันธุ ลูกผสม และพันธุพื้นเมือง

                  โดยทําการเพาะกลา ใหตนกลาที่ใชปลูกมีอายุที่เหมาะสมคือ 10 -12 เดือน แลวนํามาปลูกลงแปลงที่




                  แผนการใชที่ดินลุมน้ําสาขาแมน้ําสายบุรี
   137   138   139   140   141   142   143   144   145   146   147