Page 141 - แผนการใช้ที่ดินลุ่มน้ำสาขาแม่น้ำสายบุรี
P. 141

3-66





                  รวมถึงพื้นที่ลุมใกลแมน้ํา หลังชวงฤดูฝนจากการสํารวจวิเคราะหรวมกับขอมูลดิน และขอมูลสภาพ

                  การใชที่ดิน สามารถคัดเลือกประเภทการใชประโยชนที่ดินลุมน้ําสาขาแมน้ําสายบุรีในเขตน้ําฝนและ

                  เขตชลประทาน มีรายละเอียดดังนี้ (ตารางที่ 3-14)
                            1)  ประเภทการใชประโยชนที่ดินในเขตเกษตรน้ําฝน สามารถคัดเลือกประเภทการใช

                  ประโยชนที่ดินได ดังนี้

                                1.1) ขาวนาป  เกษตรกรนิยมปลูกขาวพันธุเล็บนกปตตานี  พันธุเข็มทอง มีการปลูก

                  แบบนาดํามีการเตรียมดินเพื่อทําแปลงกลาเปนระยะเวลา 30  วัน ในชวงเดือนกรกฎาคม หลังจากนั้น

                  ทําการไถดะ ไถแปร คราดเพื่อทําเทือก และทําการปกดําในเดือนสิงหาคม มีการจัดการโดยใสปุย
                  2 ครั้ง ครั้งแรกรองพื้นที่ใชปุยเคมีสูตร 16-20-0 อัตรา 20 กิโลกรัม/ไร ครั้งที่ 2 ใสปุยกอนขาวออกรวง

                  ใชปุยเคมี สูตร 46-0-0 อัตรา 15-20 กิโลกรัม/ไร เก็บเกี่ยวชวงเดือนกุมภาพันธ ใชแรงงานคนเปนหลัก

                  ผลผลิตประมาณ 350-450 กิโลกรัม/ไร

                                1.2) ปาลมน้ํามัน เกษตรกรนิยมปลูก  ปาลมน้ํามันสายพันธุ ลูกผสม และพันธุพื้นเมือง
                  โดยทําการเพาะกลา ใหตนกลาที่ใชปลูกมีอายุที่เหมาะสมคือ 10 -12 เดือน แลวนํามาปลูกลงแปลงที่ทํา

                  การเตรียมดินเรียบรอยแลว ขุดหลุมปลูกใหมีขนาดขนาดของหลุม 45x45x35 เซนติเมตร มีระยะ 9 เมตร
                  วิธีการขุดหลุมดินชั้นบน  และชั้นลางแยกกัน และตากหลุมไวประมาณ 10  วัน  เริ่มปลูกชวงฤดูฝน

                  เดือนพฤษภาคม – มิถุนายน การปลูกซอม ควรทําภายในระยะเวลา 1 เดือน หลังจากปลูก การใสปุยใหใส

                  ปุยหินฟอสเฟต (0-3-0) อัตรา 250 กรัม/ตน รองกนหลุมตอนปลูก โดยใชดินชั้นบน ผสมคลุกเคลากับ
                  ปุยหินฟอสเฟต ใสรองกนหลุมแลวกลบหลุมใหเต็มดวยดินชั้นลาง เมื่อปาลมน้ํามันอายุระหวาง 1-4 ป

                  ใสปุยภายในวงกลม (รัศมี 1.5-2 เมตร) บริเวณที่กําจัดวัชพืชรอบโคนตน อายุตั้งแต 5 ปขึ้นไป ใสปุย

                  หางจากโคนตน 50  เซนติเมตร จนถึงบริเวณปลายทางใบในอัตรา1-4  กิโลกรัม/ไร  ขึ้นอยูกับชวงอายุ

                  ของปาลมน้ํามันผลผลิตเฉลี่ย 3,000 – 5,000 กิโลกรัม/ไร
                                1.3) ยางพารา  เกษตรกรสวนใหญนิยมปลูกยางพาราสายพันธุ RRIM  600 ปลูก

                  ในชวงตนฤดูฝนประมาณเดือนมิถุนายนถึงเดือนพฤษภาคม มีวิธีการปลูกแบบขุดหลุมปลูก หลุมมีขนาด

                  50 x 50 x 50 เซนติเมตร มีระยะระหวางตน 2.5 เมตร ระยะระหวางแถว 7-8 เมตร มีปริมาณ 80-91 ตน/ไร

                  วิธีการดูแลรักษามีการใสปุยดวยกัน 2 ครั้ง ครั้งที่ 1 ตนฤดูฝนประมาณพฤษภาคม – มิถุนายน ใสปุยสูตร
                  16-11-14 ครั้งที่ 2 ปลายฤดูฝนประมาณเดือนตุลาคมใสปุยสูตร 16-11-14 มีอัตราการใชตนละประมาณ

                  500-600 กรัม/ไร  ยางพาราสามารถเปดกรีดได เมื่ออายุประมาณ 7  ป เปดหนายางชวงเดือนตุลาคม

                  เปนตนไป นิยมใชแรงงานคนเปนหลักในการเก็บเกี่ยว ผลผลิตเฉลี่ย 200-300 กิโลกรัม/ไร
                                1.4)  ไมผลผสม  เกษตรกรนิยมปลูกไมผลผสมในพื้นที่เดียวกันโดยสวนใหญนิยมปลูก

                  เงาะ ลองกอง ทุเรียน โดยขุดหลุมปลูกขนาดของหลุม กวาง-ยาว-ลึก ประมาณ 50-100 เซนติเมตร แลว





                                                                        กองนโยบายและแผนการใชที่ดิน กรมพัฒนาที่ดิน
   136   137   138   139   140   141   142   143   144   145   146