Page 73 - การปลูกชะอมในศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการพัฒนาที่ดินที่ประสบความสำเร็จในพื้นที่ตำบลท่างาม อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี
P. 73
57
ร่วนซุยแล้วยังเพิ่มธาตุอาหารให้แก่พืชด้วย การใช้ปุ๋ยเคมีร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์เพื่อปรับปรุงโครงสร้าง
ของดินไปพร้อมๆกับการเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้แก่ดิน การใช้ปูนโดโลไมท์เพื่อปรับค่าความเป็น
กรดเป็นด่างของดินให้อยู่ในระดับที่พอเหมาะแก่การเจริญเติบโตของพืช
(1.3) การบ ารุงดิน การเพิ่มธาตุอาหารในดินด้วยการใส่ปุ๋ย การ
ใช้ปุ๋ยเคมีให้ธาตุอาหารพืชมากกว่า แต่ปุ๋ยเคมีบางชนิดเมื่อใส่ไปนานๆ จะท าให้ดินเป็นกรม เช่น ปุ๋ย
แอมโมเนีย ท าให้ดินแน่นแข็ง มีสภาพไม่เหมาะแก่การเจริญเติบโตของพืช
การปรับปรุงและบ ารุงดินปกติจะต้องได้กระท าไปพร้อมๆกัน
ภายหลังการปรับปรุงดินจนสามารถน ามาใช้ท าการเกษตรได้แล้ว ก็จะต้องท าการบ ารุงดินเพื่อช่วย
ให้ดินมีสภาพเหมาะสมแก่การเจริญเติบโตของพืช และมีความสามารถในการผลิตมากขึ้น
พื้นที่ในศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการพัฒนาที่ดินมีสภาพดินที่มี
ความอุดสมบูรณ์อยู่แล้วเนื่องจากมีการปรับปรุงบ ารุงดินที่มีความเสื่อมโทรมมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544
แต่ยังประสบปัญหาน้ าท่วมอยู่เสมอประจ าเกือบทุกปี การวางแผนในการเตรียมดินส าหรับการปลูก
พืชจึงมีความจ าเป็น โดยรวมทั้งพื้นที่เกษตรกรรมไม่มีการใช้รถไถดิน จะเน้นการใช้แรงงานคนใน
การเตรียมดินในการปลูกพืชทุกชนิด ซึ่งประโยชน์คือไม่ท าให้เกิดการเหยียบย่ าให้ดินแน่นของรถไถ
ดิน และไม่มีการพรวนดิน ต้องมีการวางแผนว่าจะปลูกพืชชนิดใด อยู่ส่วนไหนของพื้นที่และปลูก
พืชชนิดใดก่อนและหลังแล้วจึงค่อยเตรียมดินแตกต่างกันไป ส่วนการบ ารุงรักษาดินทางหมอดินอา
สามีการใช้ปุ๋ยอินทรีย์หมักกับสารเร่งซุปเปอร์ พด.1 ใช้ในการรองก้นหลุม (มีการตากหลุมก่อน)
เวลาปลูกพืช อัตราส่วนประมาณ 200 ถึง 300 กิโลกรัมต่อพื้นที่ทั้งหมด ใช้น้ าหมักชีวภาพจาก
สารเร่งซุปเปอร์ พด.2 และน้ าส้มควันไม้บ ารุงต้นพืชและดินทุกๆ 7 วัน
(2) น้ า
น้ าเป็นทรัพยากรที่มีความส าคัญต่อการเกษตรกรรมอย่างมาก ถ้า
ปราศจากน้ าแล้ว การท าการเกษตรย่อมไม่ประสบความส าเร็จ โดยทั่วไปแล้วแหล่งน้ าเพื่อ
การเกษตรจะมาจากน้ าฝน โดยฝนที่ตกลงมาจะถูกกักเก็บไว้บนผิวดินในแม่น้ าอ่างเก็บน้ าล าธาร
ห้วย หนอง คลอง บึง บางส่วนจะซึมลงไปกักเก็บไว้ในดินและใต้ผิวดินลงไปรวมตัวเป็นน้ าใต้ดิน
การใช้น้ าภายในพื้นที่เกษตรกรรมผสมผสานจะใช้น้ าบาดาลเป็น
หลักผสมกับน้ าฝนในช่วงฤดูฝน โดยการสูบน้ าผ่านเครื่องสูบมาใช้การท าการเกษตร การใช้น้ า
บาดาลมีการลงทุนสูงและถ้าน าขึ้นมาใช้มากจนเกินไปก็เกิดผลเสียได้โดยอาจท าให้พื้นที่บริเวณขุด
บ่อบาดาลทรุดตัวลงเสียหายได้จึงใช้น้ าในลักษณะนี้น้อย ซึ่งข้อดีของการให้น้ าแบบหยดและสปริง
เกอร์เป็นการจัดการน้ าแบบประหยัดที่ช่วยประหยัดน้ าได้มากโดยการให้น้ าแก่พืชครั้งละน้อยๆ แต่
บ่อยครั้งด้วยอัตราที่ต่ าและไม่ครอบคลุมเต็มพื้นที่บริเวณรากพืชทั้งหมดจึงมีวัชพืชขึ้นน้อย ประหยัด
แรงงานในการให้น้ าและการดูแลรักษา แต่ในฤดูแล้งจะพิจารณาและจัดการกับการให้น้ าในพืชอีก

