Page 503 - รายงานการจัดการทรัพยากรดินเพื่อการปลูกพืชเศรษฐกิจหลักตามกลุ่มชุดดิน เล่มที่ 1 ดินบนพื้นที่ราบต่ำ
P. 503

489



                         6.5.1 ใชระบบการปลูกพืชหมุนเวียน ซึ่งมีพืชตระกูลถั่วสอดแทรกอยูในระบบการปลูกพืชหลัก เชน

                  ปลูกถั่วเหลือง-ขาว-ยาสูบ หรือพืชผัก-ขาว-ถั่วตางๆ เปนตน จะชวยเพิ่มความอุดมสมบูรณของดิน และเพิ่ม
                  ผลผลิตของพืชหลัก


                         6.5.2  ปลูกพืชปุยสดแลวไถกลบลงดิน โดยปลูกพืชตระกูลถั่ว เชน ปอเทือง โสน โสนอัฟริกัน  และ

                  ถั่วตางๆ กอนการปลูกพืชหลัก 2-3 เดือน  แลวไถกลบเมื่อพืชเริ่มออกดอก วิธีนี้จะชวยปรับปรุงสมบัติ

                  ทางดานกายภาพ เคมีและความอุดมสมบูรณของดิน

                         6.5.3 ใชปุยเพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณของดิน ควรใชทั้งปุยอินทรีย และปุยเคมีควบคูกันไปในการ

                  ปลูกพืชไร  ไมผลและพืชผัก สําหรับปุยอินทรีย เชน ปุยหมัก ปุยคอกและปุยพืชสดนั้น  นอกจากจะ

                  ปลดปลอยธาตุอาหารภายหลังการสลายตัวในดินแลว ยังชวยปรับปรุงสมบัติทางกายภาพและทางเคมีของ

                  ดินดวย  สวนปุยเคมีชวยเพิ่มธาตุอาหารที่ดินขาดแคลน ใหเพียงพอตอการเจริญเติบโตของพืช สําหรับสูตร
                  ปุย อัตราและวิธีการใชนั้นขึ้นอยูกับชนิดของพืชและระดับความอุดมสมบูรณของดิน ซึ่งกลาวไวในหัวขอที่ 9


                  7. ขอเสนอแนะ

                         เนื่องจากกลุมชุดดินนี้พบในสภาพพื้นที่ราบต่ํา  ในชวงฤดูฝนจะมีน้ําขังแชเปนเวลา 2-5 เดือน ใน

                  รอบป จึงมีศักยภาพเหมาะสมในการปลูกขาวในชวงฤดูฝน ปลูกพืชไรอายุสั้นเชน ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ถั่วลิสง
                  ยาสูบ ขาวโพด และพืชผักตางๆ กอนและหลังการปลูกขาว อยางไรก็ตามเพื่อใหการใชที่ดินมีประสิทธิภาพ

                  และเกิดประสิทธิผลสูงสุด  ควรจัดระบบการใชที่ดิน “แบบไรนาสวนผสม”  โดยมีการแบงการใชประโยชน

                  ที่ดินออกเปนสวนๆ ดังนี้


                          7.1 พื้นที่ปลูกขาว  ควรเปนพื้นที่ราบต่ําสุดเนื่องจากในฤดูฝนน้ําจะขังเร็วกวาพื้นที่สวนอื่น และมัก
                  ไมขาดน้ําในการปลูก พื้นที่สวนนี้อาจปรับปรุงเพื่อใชปลูกพืชไรอายุสั้น และพืชผักตางๆ  กอนและหลังการ

                  ปลูกขาวไดดวย รูปแบบการใชที่ดินดังกลาวนี้ เกษตรกรในจังหวัดเชียงใหม เชียงราย ลําพูน เพชรบูรณและ

                  อุตรดิตถ ไดปฏิบัติอยางกวางขวาง


                          7.2 พัฒนาเปนพื้นที่ปลูกพืชไรและพืชสวนตลอดป  ควรใชพื้นที่คอนขางดอน ทําคันลอมรอบ
                  เพื่อปองกันน้ําทวม ปรับระดับพื้นที่ภายในแปลงใหสม่ําเสมอ และปรับปรุงการระบายน้ําของดินโดยการยก

                  รองปลูกและทํารองระบายน้ํารอบแปลง สําหรับวิธีจัดการดินเพื่อปลูกพืชไร พืชผักและไมผล ซึ่งไดกลาวไว

                  ในหัวขอที่ 8

                          7.3 พื้นที่พัฒนาแหลงน้ํา  ควรอยูระหวางพื้นที่นาขาว พืชไร ไมผลและพืชผักตางๆ ไมลุมและดอน

                                                                                                            3
                  จนเกินไป  ขนาดของสระน้ําที่จะพัฒนาควรเปนขนาดแหลงน้ําประจําไรนา คือ มีความจุประมาณ 1,250 ม
                  สวนจํานวนสระที่ขุดขึ้นอยูกับปริมาณน้ําที่ตองการใช สําหรับแหลงน้ําที่พัฒนาควรใชเลี้ยงปลาน้ําจืดที่เลี้ยง

                  งาย  โตเร็วและเปนที่ตองการของตลาด เชน ปลาไน ปลานิล ปลาดุก ปลาสวาย ปลาหมอตาล  ปลาเทโพ
   498   499   500   501   502   503   504   505   506   507   508