Page 468 - รายงานการจัดการทรัพยากรดินเพื่อการปลูกพืชเศรษฐกิจหลักตามกลุ่มชุดดิน เล่มที่ 1 ดินบนพื้นที่ราบต่ำ
P. 468

454



                  2) ชีววิธี โดยปลูกไมยืนตนบนพื้นที่รับน้ํา ซึ่งจะชวยลดปญหาการสะสมเกลือ ตลอดจนการแพรกระจายของ

                  ดินเค็มได พันธุไมที่ควรนํามาปลูกไดแก ยูคาลิปตัส กระถินณรงค ขี้เหล็ก สมอ มะขาม และสะเดา เปนตน

                         6.2.3 การปรับปรุงดินเค็มเพื่อการปลูกพืช ดําเนินการไดดังตอไปนี้

                         1) การใสปุยคอกหรือปุยหมัก อัตรา 4-5 ตัน/ไร อยางตอเนื่องเปนเวลาหลายป จะทําใหดินรวนซุย

                  หรือมีสมบัติทางกายภาพและทางเคมีดีขึ้น ดังนี้ ก) เมื่อฝนตกน้ําฝนจะชะลางเกลือออกไปจากดินไดเร็วขึ้น

                  ข) ฮิวมัสในดินชวยเพิ่มความจุในการแลกเปลี่ยนแคตไอออนและแอนไอออน ดินจึงมีความสามารถในการ
                  ดูดซับธาตุอาหารตางๆ ที่เปนประโยชนตอพืชไดมากขึ้น และ ค) ดินดูดซับความชื้นที่เปนประโยชนไวไดมาก

                  ขึ้นดวย

                         2) การใชวัสดุปรับปรุงดิน เชน แกลบ ขี้เลื่อย ฟางขาว ฯลฯ เพื่อใหดินรวนซุย  ไมแนนทึบ โดยลด

                  ความหนาแนนรวมของดินลง จึงมีการระบายน้ําและถายเทอากาศดีขึ้น  ปกดําขาวงายและรากขาวชอนไช

                  ไปในดินไดสะดวก ตนขาวจึงแข็งแรงตานทานโรคและแมลงไดดี สําหรับอัตราการใสแกลบที่เหมาะสมคือ
                  2-5 ตัน/ไร และควรใสในชวงหลังการเก็บเกี่ยว

                         3)  การปลูกพืชปุยสดแลวไถกลบลงไปในดิน  จะชวยเพิ่มผลผลิตของขาวและพืชเศรษฐกิจที่ปลูก

                  ตามมา พืชปุยสดที่แนะนํา ไดแก  โสนอัฟริกัน โสนคางคก โสนจีนแดง โสนอินเดีย ฯลฯ โดยปลูกกอนปลูก

                  ขาวประมาณ 3 เดือน แลวไถกลบลงไปดินเมื่อโสนอายุประมาณ 60 วัน แลวพักดินไว 30 วัน เพื่อใหซากพืช
                  สลายตัว จึงเริ่มเตรียมดินปลูกขาว

                         วิธีการทั้ง 3 วิธีที่กลาวนี้  เกษตรกรสามารถปฏิบัติดวยตนเองทําไดงาย  และมีประสิทธิภาพในการ

                  ปรับปรุงแกไขดินเค็ม ทั้งยังชวยเพิ่มผลผลิตของขาวไดระดับหนึ่ง

                         4) การใชสารเคมี เชน ยิปซัม (CaSO .2H O) คลุกเคลากับดิน วิธีนี้ใชไดผลดีในกรณีที่ดินมี
                                                               2
                                                           4
                  โซเดียมที่แลกเปลี่ยนไดสูง เชนดินโซดิกหรือดินเค็มโซดิก เนื่องจากแคลเซียมไอออนซึ่งแตกตัวออกมาจาก
                  ยิปซัม  จะไปไลที่โซเดียมที่ดูดซับบนผิวแรดินเหนียวและฮิวมัสใหออกมาอยูในสารละลายดิน  ดังนั้นเมื่อใช

                  น้ําชะลางดิน โซเดียมซึ่งถูกไลที่ และโซเดียมสวนที่อยูในสารละลายดินแตเดิม ก็ถูกน้ําชะออกมานอกพื้นที่

                  ดังนั้นการใสยิปซัมแลวชะลางดิน จึงชวยแกไขดินเค็มโซดิกจนเปนดินปรกติและใชปลูกพืชได

                          6.3  การปรับปรุงความอุดมสมบูรณของดิน  เนื่องจากกลุมชุดดินที่ 20  มีความอุดมสมบูรณต่ํา

                  จําเปนตองใชปุยเพื่อปรับปรุงความอุดมสมบูรณ แนะนําวาควรใสทั้งปุยอินทรียและปุยเคมี สําหรับสูตรปุย

                  อัตราและวิธีการใชนั้น ขึ้นอยูกับชนิดของพืชที่ปลูก ซึ่งกลาวไวในหัวขอที่ 9

                  7. ขอเสนอแนะ


                         กลุมชุดดินนี้ไมเหมาะสมในการปลูกพืชเศรษฐกิจทั้งปลูกขาว พืชไรและไมผล เนื่องจากเปนดินเค็ม
                  เนื้อดินเปนทรายและแนนทึบ อยางไรก็ตาม  กลุมชุดดินนี้พอจะใชในการทํานาหรือปลูกขาวได  ถามีน้ํา

                  เพียงพอและมีการปรับปรุงแกไขปญหาความเค็มตามที่ไดกลาวมาแลว
   463   464   465   466   467   468   469   470   471   472   473