Page 439 - รายงานการจัดการทรัพยากรดินเพื่อการปลูกพืชเศรษฐกิจหลักตามกลุ่มชุดดิน เล่มที่ 1 ดินบนพื้นที่ราบต่ำ
P. 439

425



                          8.3 การเตรียมดินสําหรับปลูกไมผล และไมยืนตน

                         8.3.1 มะมวง  พื้นที่ลุมควรยกรองปลูกในแนวทิศเหนือ-ใต ใหมีสันรองกวาง 6-8 เมตร รองน้ํากวาง

                  1.0-1.5 เมตร ลึก 1.0 เมตร (ยกรองใหสันรองสูงกวาระดับน้ําที่เคยทวมสูงสุด 0.5-1.0 เมตร) แตถาพื้นที่ลุม

                  มาก ควรทําคันดินปองกันน้ําทวมรอบสวน มีทอระบายน้ําเขาออกไดโดยใชระยะระหวางตน 4-6 เมตร หลุม

                  ปลูกในพื้นที่อุดมสมบูรณควรมีขนาด 50x50x50 ซม. แตพื้นที่อุดมสมบูรณปานกลางควรมีหลุมปลูกขนาด

                  70x70x70 ซม. และใชวัสดุปรับปรุงดินเพิ่มมากขึ้น

                         8.3.2 มะละกอ  ขุดหลุมปลูกขนาด 50x50x50 ซม. ดินที่ขุดขึ้นมาใหผสมกับปุยคอกจํานวน 5 กก.

                  และปุยหินฟอสเฟต 5 กก. จากนั้นกลบดินชั้นบนลงในหลุมใหสูง 2 ใน 3 ของหลุม ทํารมเงาเพื่อชวยพราง
                  แสงแดด กรณีที่ปลูกดวยเมล็ดควรขุดหลุมสําหรับหยอดเมล็ดกวาง และลึกประมาณ 25-30 ซม. ระยะปลูก

                  ที่เหมาะสมในพื้นที่ลุม คือ 2.5 x 3 เมตร


                         8.3.3 มะขาม  เตรียมหลุมปลูกขนาด 60x60x60 ซม. ดินที่ขุดขึ้นมาใหแยกชั้นบนและลางไวคนละ

                  กอง ตากดินและหลุมไว 15-20 วัน ผสมดินลางกับปุยหมักหรือปุยคอกในอัตราสวน 2:1 จากนั้นกลบดินชั้น
                  บนลงในหลุมแลวตามดวยดินชั้นลาง ควรกลบดินใหสูงกวาขอบปากหลุมเดิมเผื่อการยุบตัวหลังจากรดน้ํา

                  หรือฝนตก ชวยใหไมเกิดแองรอบโคนตน

                  9.การใชปุยสําหรับพืชชนิดตางๆ


                          9.1 การใชปุยสําหรับขาว
                         ดินในกลุมชุดดินที่ 18 มีอินทรียวัตถุระดับต่ํา ฟอสฟอรัสที่เปนประโยชนต่ํา โพแทสเซียมที่

                  แลกเปลี่ยนไดต่ํา ดังนั้นเพื่อใหขาวไดรับธาตุไนโตรเจน ฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมอยางเพียงพอ จึงควรใช

                  ปุยเคมีอยางเหมาะสม ซึ่งมีอยู 2 แนวทางคือ 1) ใชแมปุย โดยเลือกชนิดของแมปุยและอัตราของแมปุยนั้น

                  จากบทนําในตารางที่ ก 15-16 สําหรับขาวไมไวตอชวงแสง และ ก 17-18 สําหรับขาวไวตอชวงแสง หรือ 2)
                  ใชปุยนาซึ่งมีจําหนายทั่วไป สําหรับแนวทางที่ 2 นั้น สูตรปุยและอัตราปุยเคมีที่ควรใชมีดังนี้

                         ก) ขาวไมไวตอชวงแสง อัตราธาตุอาหารที่ควรใสคือ 18 กก.N/ไร 6 กก.P O /ไร และ 6 กก.K O/ไร
                                                                                                        2
                                                                                       2 5
                  คิดเปนน้ําหนักปุยแลวแบงใส 3 ครั้งดังนี้

                         ครั้งที่ 1 สําหรับนาดําใสในชวงปกดํา แตถาเปนนาหวานใสหลังขาวงอก 15-20 วัน โดยใชปุยสูตร
                  16-20-0 หรือปุยสูตรใกลเคียง อัตรา 30 กก./ไร ปุยสูตร 46-0-0 อัตรา 2 กก./ไร และปุยสูตร 0-0-60 อัตรา

                  10 กก./ไร

                         ครั้งที่ 2 ใสในระยะที่ขาวแตกกอ หรือ 30 วันหลังการใสปุยครั้งแรก คือ ปุยสูตร 46-0-0 อัตรา 13

                  กก./ไร

                         ครั้งที่ 3 ใสในระยะที่ขาวกําเนิดชอดอก คือ ปุยสูตร 46-0-0 อัตรา 13 กก./ไร
   434   435   436   437   438   439   440   441   442   443   444