Page 437 - รายงานการจัดการทรัพยากรดินเพื่อการปลูกพืชเศรษฐกิจหลักตามกลุ่มชุดดิน เล่มที่ 1 ดินบนพื้นที่ราบต่ำ
P. 437

423



                   6.4 การปรับปรุงความอุดมสมบูรณของดิน ทําไดหลายวิธีดังนี้

                         6.4.1 ปลูกพืชหมุนเวียนที่มีพืชตระกูลถั่วสอดแทรกอยูในระบบการปลูกพืชหลัก จะชวยเพิ่มความ

                  อุดมสมบูรณของดิน และเพิ่มผลผลิตของพืชหลัก


                         6.4.2 ปลูกพืชปุยสดแลวไถกลบลงไปในดิน เปนอีกวิธีหนึ่งที่ชวยปรับปรุงสมบัติทางกายภาพ เคมี

                  และความอุดมสมบูรณชองดิน  ปุยพืชสดที่แนะนําไดแกพืชตระกูลถั่ว เชน ปอเทือง โสนอัฟริกัน และถั่ว
                  ตางๆ โดยปลูกกอนพืชหลัก 2-3 เดือนแลวไถกลบเมื่อพืชปุยสดออกดอก หากใชวิธีนี้อยางสม่ําเสมอ จะชวย

                  เพิ่มความอุดมสมบูรณของดินใหสูงขึ้น

                  7. ขอเสนอแนะ


                         กลุมชุดดินที่ 18  มีศักยภาพเหมาะสมที่จะใชทํานาในชวงฤดูฝน และปลูกพืชไรอายุสั้นและพืชผัก

                  ในฤดูแลง แตเพื่อใหการใชที่ดินมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลสูงสุด ควรจัดระบบการใชที่ดิน “แบบไร

                  นาสวนผสม โดยแบงการใชที่ดินออกเปนสวนๆ ดังนี้

                          7.1 พื้นที่ปลูกขาว  ควรเปนพื้นที่ราบต่ําสุดเนื่องจากในฤดูฝนน้ําจะขังเร็วกวาพื้นที่สวนอื่น และมัก

                  ไมขาดน้ําในการปลูกขาว พื้นที่สวนนี้อาจปรับปรุงเพื่อใชปลูกพืชไรอายุสั้น และพืชผักตางๆ  กอนและหลัง
                  การปลูกขาวไดดวย รูปแบบการใชที่ดินดังกลาวนี้ เกษตรกรในจังหวัดเชียงใหม เชียงราย ลําพูน เพชรบูรณ

                  และอุตรดิตถ ไดปฏิบัติอยางกวางขวาง


                          7.2 พัฒนาเปนพื้นที่ปลูกพืชไรและพืชสวนตลอดป  ควรใชพื้นที่คอนขางดอน ทําคันลอมรอบ

                  เพื่อปองกันน้ําทวม ปรับระดับพื้นที่ภายในแปลงใหสม่ําเสมอ และปรับปรุงการระบายน้ําของดินโดยการยก
                  รองปลูกและทํารองระบายน้ํารอบแปลง สําหรับวิธีจัดการดินเพื่อปลูกพืชไร พืชผักและไมผล ซึ่งกลาวไวใน

                  หัวขอที่ 8


                          7.3 พื้นที่พัฒนาแหลงน้ํา  ควรอยูระหวางพื้นที่นาขาว พืชไร ไมผลและพืชผักตางๆ ไมลุมและดอน
                                                                                                            3
                  จนเกินไป ขนาดของสระน้ําที่จะพัฒนาควรเปนขนาดแหลงน้ําประจําไรนา คือ มีความจุประมาณ 1,250 ม
                  สวนจํานวนสระที่ขุดขึ้นอยูกับปริมาณน้ําที่ตองการใช สําหรับแหลงน้ําที่พัฒนาควรใชเลี้ยงปลาน้ําจืดที่เลี้ยง

                  งาย  โตเร็วและเปนที่ตองการของตลาด เชน ปลาไน ปลานิล ปลาดุก ปลาสวาย ปลาหมอตาล  ปลาเทโพ

                  และอื่นๆ สําหรับบริเวณคันดินรอบบอหรือสระ ควรใชปลูกไมผล เชน มะมวง ขนุน ฝรั่ง กลวย ฯลฯ รวมทั้ง
                  ไมดอกและไมประดับตางๆ เพื่อเสริมรายไดอีกทางหนึ่ง นอกจากนี้ บริเวณคันดินรอบบอควรปลูกหญา เชน

                  หญาแฝกทั้งดานในและดานนอก เพื่อปองกันการกัดเซาะดินบริเวณรอบบอดวย


                          7.4 พื้นที่เลี้ยงสัตว  ควรใชบริเวณพื้นที่ใกลแหลงน้ําในการเลี้ยงสัตว เชน ไก หมูและเปด โดยสราง

                  โรงเรือนใกลขอบบอและโรงเรือนบางสวนยื่นลงไปในบอปลา ใหสัตวเลี้ยงถายมูลลงในบอน้ําเพื่อเปนอาหาร
                  ของปลา
   432   433   434   435   436   437   438   439   440   441   442