Page 397 - รายงานการจัดการทรัพยากรดินเพื่อการปลูกพืชเศรษฐกิจหลักตามกลุ่มชุดดิน เล่มที่ 1 ดินบนพื้นที่ราบต่ำ
P. 397

383



                         8.3.2 ลําไย  พื้นที่ซึ่งเคยปลูกพืชอื่นมากอนใหไถดินลึกประมาณ 30  ซม. ตากดินไว 20-25  วัน

                  พรวนยอยดินอีก 1-2 ครั้งและปรับระดับดินใหสม่ําเสมอตามแนวลาดเอียง ใชระยะปลูกระหวางแถวและตน
                  ประมาณ 8x8 หรือ 10x8 เมตร ตามสภาพพื้นที่ หรือระยะ 7x5 เมตร ในกรณีที่มีการควบคุมทรงพุม หลุม

                  ปลูกควรมีขนาด 80x80x80 ซม. รองกนหลุมดวยปุยคอกที่ยอยสลายดีแลวอัตรา 3-5 กก./หลุม โดยผสมกับ

                  หนาดิน ใสลงหลุม พูนดินสูงจากปากหลุมประมาณ 15 ซม.


                         8.3.3 สมเขียวหวาน  พื้นที่ลุมขุดเปนรองหรือยกรองขวางแสงอาทิตย โดยมีสันรองปลูกกวาง
                  ประมาณ 6 เมตร รองน้ํากวาง 1.5 เมตร ลึก 1 เมตร กนรองน้ํากวาง 70 ซม. ถาพื้นที่ลุมมากตองทําคันกั้น

                  น้ํารอบสวนมีทอระบายน้ําเขาออกจากสวนได ระยะปลูกระหวางตนประมาณ 6 เมตร สวนหลุมปลูกควรมี

                  ขนาด 50x50x50 ซม. ดินที่ขุดขึ้นมานําไปผสมปุยคอกหรือปุยหมักอัตรา 10 กก./ตน พรอมดวยปุยหิน

                  ฟอสเฟต 0.5 กก. และปุยสูตร 15-15-15 อัตรา 100 กรัม จากนั้นกลบลงไปในหลุม หลังจากปลูกตนพันธุ

                  แลว ใชดินผสมปุยหมัก อัตราสวน 1:1  กลบที่โคนตนเปนรูปกระทะคว่ํากวางประมาณ 1  เมตร และสูง
                  ประมาณ 10 ซม.


                  9. การใชปุยสําหรับพืชตางๆ

                          9.1 การใชปุยสําหรับขาว

                         ดินในกลุมชุดดินที่ 16 มีอินทรียวัตถุระดับต่ํา ฟอสฟอรัสที่เปนประโยชนต่ํา โพแทสเซียมที่
                  แลกเปลี่ยนไดต่ํา ดังนั้นเพื่อใหขาวไดรับธาตุไนโตรเจน ฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมอยางเพียงพอ จึงควรใช

                  ปุยเคมีอยางเหมาะสม ซึ่งมีอยู 2 แนวทางคือ 1) ใชแมปุย โดยเลือกชนิดของแมปุยและอัตราของแมปุยนั้น

                  จากบทนําในตารางที่ ก 15-16 สําหรับขาวไมไวตอชวงแสง และ ก 17-18 สําหรับขาวไวตอชวงแสง หรือ 2)

                  ใชปุยนาซึ่งมีจําหนายทั่วไป สําหรับแนวทางที่ 2 นั้น สูตรปุยและอัตราปุยเคมีที่ควรใชมีดังนี้
                         ก) ขาวไมไวตอชวงแสง อัตราธาตุอาหารที่ควรใสคือ 18 กก.N/ไร 6 กก.P O /ไร และ 6 กก.K O/ไร
                                                                                                        2
                                                                                       2 5
                  คิดเปนน้ําหนักปุยแลวแบงใส 3 ครั้งดังนี้

                         ครั้งที่ 1 สําหรับนาดําใสในชวงปกดํา แตถาเปนนาหวานใสหลังขาวงอก 15-20 วัน โดยใชปุยสูตร

                  16-20-0 หรือปุยสูตรใกลเคียง อัตรา 30 กก./ไร ปุยสูตร 46-0-0 อัตรา 2 กก./ไร และปุยสูตร 0-0-60 อัตรา
                  10 กก./ไร

                         ครั้งที่ 2 ใสในระยะที่ขาวแตกกอ หรือ 30 วันหลังการใสปุยครั้งแรก คือ ปุยสูตร 46-0-0 อัตรา 13

                  กก./ไร

                         ครั้งที่ 3 ใสในระยะที่ขาวกําเนิดชอดอก คือ ปุยสูตร 46-0-0 อัตรา 13 กก./ไร

                         ข) ขาวไวตอชวงแสง  อัตราธาตุอาหารที่ควรใสคือ 9 กก.N/ไร 6 กก.P O /ไร และ 6 กก.K O/ไร คิด
                                                                                                     2
                                                                                    2 5
                  เปนน้ําหนักปุยแลวแบงใส 2 ครั้งดังนี้
                         ครั้งที่ 1 สําหรับนาดําใสในชวงปกดํา แตถาเปนนาหวานใสหลังขาวงอก 15-20 วัน โดยใชปุยสูตร

                  16-20-0 หรือปุยสูตรใกลเคียง อัตรา 30 กก./ไร และปุยสูตร 0-0-60 อัตรา 10 กก./ไร
   392   393   394   395   396   397   398   399   400   401   402