Page 395 - รายงานการจัดการทรัพยากรดินเพื่อการปลูกพืชเศรษฐกิจหลักตามกลุ่มชุดดิน เล่มที่ 1 ดินบนพื้นที่ราบต่ำ
P. 395

381



                          7.1 พื้นที่ปลูกขาว  ควรเปนพื้นที่ราบต่ําสุดเนื่องจากในฤดูฝนน้ําจะขังเร็วกวาพื้นที่สวนอื่น และมัก

                  ไมขาดน้ําในการปลูกขาว พื้นที่สวนนี้อาจปรับปรุงเพื่อใชปลูกพืชไรอายุสั้น และพืชผักตางๆ  กอนและหลัง
                  การปลูกขาวไดดวย รูปแบบการใชที่ดินดังกลาวนี้ เกษตรกรในจังหวัดเชียงใหม เชียงราย ลําพูน เพชรบูรณ

                  และอุตรดิตถ ไดปฏิบัติอยางกวางขวาง


                          7.2 พัฒนาเปนพื้นที่ปลูกพืชไรและพืชสวนตลอดป  ควรใชพื้นที่คอนขางดอน ทําคันลอมรอบ

                  เพื่อปองกันน้ําทวม ปรับระดับพื้นที่ภายในแปลงใหสม่ําเสมอ และปรับปรุงการระบายน้ําของดินโดยการยก
                  รองปลูกและทํารองระบายน้ํารอบแปลง สําหรับวิธีจัดการดินเพื่อปลูกพืชไร พืชผักและไมผล ซึ่งกลาวไวใน

                  หัวขอที่ 8


                          7.3 พื้นที่พัฒนาแหลงน้ํา  ควรอยูระหวางพื้นที่นาขาว พืชไร ไมผลและพืชผักตางๆ ไมลุมและดอน
                                                                                                            3
                  จนเกินไป  ขนาดของสระน้ําที่จะพัฒนาควรเปนขนาดแหลงน้ําประจําไรนา คือ มีความจุประมาณ 1,250 ม
                  สวนจํานวนสระที่ขุดขึ้นอยูกับปริมาณน้ําที่ตองการใช สําหรับแหลงน้ําที่พัฒนาควรใชเลี้ยงปลาน้ําจืดที่เลี้ยง

                  งาย  โตเร็วและเปนที่ตองการของตลาด เชน ปลาไน ปลานิล ปลาดุก ปลาสวาย ปลาหมอตาล  ปลาเทโพ

                  และอื่นๆ สําหรับบริเวณคันดินรอบบอหรือสระ ควรใชปลูกไมผล เชน มะมวง ขนุน ฝรั่ง กลวย ฯลฯ รวมทั้ง
                  ไมดอกและไมประดับตางๆ เพื่อเสริมรายไดอีกทางหนึ่ง นอกจากนี้บริเวณคันดินรอบบอควรปลูกหญา เชน

                  หญาแฝกทั้งดานในและดานนอก เพื่อปองกันการกัดเซาะดินบริเวณรอบบอดวย


                          7.4 พื้นที่เลี้ยงสัตว  ควรใชบริเวณพื้นที่ใกลแหลงน้ําในการเลี้ยงสัตว เชน ไก หมูและเปด โดยสราง

                  โรงเรือนใกลขอบบอและโรงเรือนบางสวนยื่นลงไปในบอปลา ใหสัตวเลี้ยงถายมูลลงในบอน้ําเพื่อเปนอาหาร
                  ของปลา


                          7.5 พื้นที่อยูอาศัย  ควรเปนบริเวณพื้นที่สูงสุด  สําหรับสัดสวนของพื้นที่ใชสอยอาจแบงดังนี้คือ

                  พื้นที่นา  บริเวณที่ใชปลูกพืชไรและพืชผัก  พื้นที่แหลงน้ําและที่อยูอาศัยควรมีอัตราสวนรอยละ ดังนี้ คือ

                  30:30:30:10  หรืออัตราสวนที่ใกลเคียงกัน การกําหนดอัตราสวนการใชที่ดินประเภทตางๆ ที่กลาวมานี้
                  ขึ้นอยูกับสภาพพื้นที่ ทักษะของเกษตรกรและสภาพเศรษฐกิจ ไดแก  แหลงเงินทุน ความตองการผลิตผล

                  ของตลาดทั้งในและนอกทองถิ่น อยางไรก็ตามเกษตรกรควรยึดถือทฤษฎีใหมในการแกปญหาการขาด

                  แคลนน้ําเพื่อการเกษตร ของพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวที่ทรงมีแนวพระราชดําริใหกันพื้นที่ประมาณ 30
                  เปอรเซ็นตเพื่อพัฒนาแหลงน้ํา
   390   391   392   393   394   395   396   397   398   399   400