Page 321 - รายงานการจัดการทรัพยากรดินเพื่อการปลูกพืชเศรษฐกิจหลักตามกลุ่มชุดดิน เล่มที่ 1 ดินบนพื้นที่ราบต่ำ
P. 321

307



                  5. ปญหาและขอจํากัดในการปลูกพืช

                          5.1 เปนกรดจัดหรือเปรี้ยวจัด พืชที่ปลูกอาจเปนพิษจากเหล็กและอะลูมิเนียม


                          5.2 มีการระบายน้ําเลว ทําใหรากพืชขาดออกซิเจน

                          5.3 น้ําทวมขังในชวงฤดูฝน เปนอุปสรรคตอการปลูกพืชไรและพืชสวน


                          5.4 ความเปนประโยชนของธาตุอาหารพืชบางธาตุต่ํา เชนฟอสฟอรัส

                          5.5 ดินเหนียวจัดและแนน จึงเตรียมดินยาก


                  6. การจัดการเพื่อใหเหมาะสมในการปลูกพืช

                          6.1 การจัดการเพื่อใหเหมาะสมในการปลูกขาว  ขอจํากัดที่สําคัญคือ ดินเปนกรดจัด และขาด

                  ธาตุอาหารพืชบางธาตุ ทําใหผลผลิตขาวต่ํา จึงควรจัดการดังตอไปนี้เพื่อเพิ่มผลผลิตขาว

                         6.1.1 การจัดการเพื่อแกปญหาความเปนกรดของดิน ควรปฏิบัติดังนี้

                         1) การยับยั้งไมใหสภาพกรดของดินสูงขึ้น หากพื้นที่อยูในเขตชลประทาน ควรไขน้ําเขามาขังไมให

                  หนาดินแหง เพราะถาปลอยใหหนาดินแหงออกซิเจนจะแทรกลงไปทําปฏิกิริยากับแรไพไรตที่หลงเหลืออยู

                  ในดิน ทําใหเกิดสารจาโรไซต และกรดกํามะถัน เปนเหตุใหสภาพกรดของดินสูงขึ้น ในกรณีที่มีน้ํา
                  ชลประทานเพียงพอ จึงแนะนําใหใชดินกลุมนี้ปลูกขาวปละ 2 ครั้ง ซึ่งนอกจากจะผลิตขาวไดมากขึ้นแลว ยัง

                  ชวยควบคุมสภาพกรดของดินไดดวย

                         2) การลางกรดออกจากดิน ทําไดทั้งลางดวยน้ําฝนและน้ําชลประทาน โดยปลอยใหน้ําขังเหนือผิว

                  ดินในชวงเวลาสั้นๆ แลวระบายออก      ปลอยใหดินแหงระยะหนึ่ง เพื่อเรงปฏิกิริยาออกซิเดชันใหดิน

                  ปลดปลอยกรดกํามะถันออกมา หลังจากนั้นก็ขังน้ําอีกครั้งหนึ่ง ปลอยใหกรดแพรออกมาอยูในน้ําอยาง
                  เต็มที่แลวจึงไขน้ําเอากรดเหลานั้นทิ้งไป ควรดําเนินการตามขั้นตอนดังกลาวตอเนื่องกันทุกป จะชวยลดกรด

                  ในดินลงไดมาก

                          ในกรณีที่ไมสามารถระบายน้ําออกจากพื้นที่ตามวิธีการขางตน ก็ใหขังน้ําในแปลงนาไมนอยกวา 2

                  สัปดาห ในชวงเวลาดังกลาวดินจะปรับพีเอชขึ้นเล็กนอย ตามธรรมชาติ ตอจากนั้นจึงเตรียมดินปลูกขาว

                         3) การใชปูน เนื่องจากปูนมีฤทธิ์ดางจึ่งชวยลดสภาพกรดในดิน อัตราของปูนที่ใชเปนไปตามความ
                  ตองการปูนของดินนั้น สําหรับดินในกลุมนี้ควรใชหินปูนบดประมาณไรละ 2-3 ตัน อาจใชปูนชนิดอื่น เชน

                  ปูนขาว ปูนมารล ปูนเปลือกหอย หรือหินปูนฝุน ในอัตราที่ใหปริมาณดางเทากับหินปูนบดก็ได นอกจากปูน

                  จะชวยลดสภาพกรดของดินและยกระดับพีเอชแลว         ยังมีผลดีอีก 2 ประการคือ 1) ลดปริมาณเหล็ก
                  อะลูมิเนียมและไอออนอื่นๆ ในสารละลายดินซึ่งเคยมีมากเกินไปจนอาจเปนพิษตอพืช  และ 2) เพิ่มความ

                  เปนประโยชนของฟอสฟอรัสในดินใหสูงขึ้น การใสปูนครั้งหนึ่งจะมีผลอยูไดประมาณ 4-5 ป
   316   317   318   319   320   321   322   323   324   325   326