Page 318 - รายงานการจัดการทรัพยากรดินเพื่อการปลูกพืชเศรษฐกิจหลักตามกลุ่มชุดดิน เล่มที่ 1 ดินบนพื้นที่ราบต่ำ
P. 318
304
อาจพบจุดประสีแดง และผลึกของยิปซั่ม สวนดินลางเปนดินเหนียว สีพื้นเปนสีน้ําตาลปนเทาหรือสีออนของ
เทาปนน้ําตาล มีจุดประสีแดง สีเหลืองปนน้ําตาล ซึ่งจะพบจุดประสีเหลืองฟางขาว ในระดับความลึกตั้งแต
40-100 ซม. ปฏิกิริยาของดินเปนกรดรุนแรงมาก(pH 4.0-4.5)
3.3 การประเมินความอุดสมบูรณของดิน
การประเมินความอุดมสมบูรณของดินแตละชุดไดใชสมบัติทางเคมี 5 อยาง คือคาความจุในการ
แลกเปลี่ยนแคตไอออน(CEC) เปอรเซ็นตอิ่มตัวดวยเบส(base saturation percentage, %BS) ปริมาณ
อินทรียวัตถุในดิน(OM) ฟอสฟอรัสที่เปนประโยชน(avai.P) และโพแทสเซียมที่แลกเปลี่ยนได(exch.K) ซึ่งได
จากผลของการวิเคราะหดินที่เปนตัวแทนของชุดดินในกลุมชุดดินนี้ โดยพิจารณาเฉพาะผิวดินระดับความ
ลึก 0-30 ซม. สําหรับวิธีประเมินใชวิธีการในคูมือการวินิจฉัยคุณภาพของดินสําหรับประเทศไทย ป 1973
(Soil Interpretation Handbook for Thailand, 1973) พิมพเผยแพรโดยกรมพัฒนาที่ดิน ซึ่งผลของการ
ประเมินสรุปไดดังตารางที่ 11.5
ตารางที่ 11.5 ผลการวิเคราะหดินและระดับความอุดมสมบูรณของแตละชุดดิน
CEC BS OM Avai.P Exch.K ระดับความอุดม
ชุดดิน pH
cmol /kg (%) (%) (mg/kg) (mg/kg) สมบูรณ
c
ดอนเมือง 3.76 15.00 37.23 1.36 2.25 161.00 ปานกลาง
ธัญญบุรี 4.06 25.21 38.10 2.73 6.54 297.00 ปานกลาง
รังสิต 4.10 25.82 27.44 2.32 8.90 179.55 ปานกลาง
เสนา 4.36 27.72 47.40 2.16 10.30 163.75 ปานกลาง
คามัธยฐาน 4.08 25.52 37.67 2.24 7.72 171.65 ปานกลาง
สรุป : จากการประเมินความอุดมสมบูรณของชุดดินรังสิต ธัญญบุรี เสนา และดอนเมือง พบวามีความ
อุดมสมบูรณอยูในระดับปานกลางทั้งหมด
4. การประเมินความเหมาะสมของดินสําหรับการปลูกพืชตาง
เมื่อพิจารณาสภาพพื้นที่ ลักษณะเนื้อดินและการระบายน้ําของดิน กลุมชุดดินที่ 11 มีศักยภาพ
เหมาะสมสําหรับการทํานามากกวาปลูกพืชอยางอื่น แตขอจํากัดในการปลูกขาว คือดินเปนกรดจัดทําใหผล
ผลิตขาวต่ํา การใชกลุมชุดดินนี้ในการเพาะปลูกพืชอยางอื่น เชน ไมผล หรือพืชผัก จําเปนตองปรับปรุงดิน
หรือพัฒนาที่ดินใหมีสภาพเหมาะสม จึงจะใชปลูกพืชดังกลาวได เพื่อใหการใชประโยชนที่ดินมีทางเลือก จึง
จัดชั้นความเหมาะสมของดินออกเปน 3 ลักษณะ คือ การจัดชั้นความเหมาะสมในการปลูกพืช 1) ในชวงฤดู
ฝน 2) ในชวงฤดูแลง และ 3) หลังจากการพัฒนาที่ดินแลว ซึ่งพอสรุปไดดังตารางที่ 11.6

