Page 214 - รายงานการจัดการทรัพยากรดินเพื่อการปลูกพืชเศรษฐกิจหลักตามกลุ่มชุดดิน เล่มที่ 1 ดินบนพื้นที่ราบต่ำ
P. 214
200
เพาะปลูกในชวงฤดูแลง อยางไรก็ตามเพื่อใหการใชประโยชนกลุมชุดดินนี้มีประสิทธิภาพและเกิด
ประสิทธิผลสูงสุด ควรจัดระบบการใชที่ดิน “แบบไรนาสวนผสม” โดยมีการแบงพื้นที่การใชประโยชนที่ดิน
ออกเปนสวนๆ ดังนี้
7.1 บริเวณที่ใชปลูกขาว ควรเปนพื้นที่ราบต่ําสุด เพื่อความสะดวกในการเก็บกักน้ําฝนไวปลูกขาว
พื้นที่สวนนี้สามารถใชปลูกพืชไรอายุสั้นและพืชผักตางๆ กอนและหลังการปลูกขาวไดดวย ดังนั้นการพัฒนา
แหลงน้ํามาชวยเสริม จะทําใหพื้นที่มีศักยภาพเหมาะสมในการปลูกพืชไรและพืชผักอยางแทจริง ซึ่ง
เกษตรกรในภาคเหนือ เชน จังหวัดเชียงใหม เชียงราย และจังหวัดลําพูน ไดพัฒนาระบบดังกลาวอยาง
กวางขวาง
7.2 บริเวณที่ใชปลูกพืชไร พืชผักและไมผลตลอดป ควรเปนพื้นที่ซึ่งอยูสูงกวาบริเวณ 7.1 คือ
เปนนาคอนขางดอน ทําคันลอมรอบเพื่อปองกันน้ําทวมและปรับปรุงสภาพการระบายน้ําของดินโดยการยก
รองหรือทํารองระบายน้ํารอบแปลง รวมทั้งการปรับระดับพื้นที่ภายในแปลงใหสม่ําเสมอ การจัดการดินเพื่อ
ปลูกพืชไร พืชผัก ชนิดตางๆ ควรปฏิบัติตามขอเสนอแนะซึ่งจะไดกลาวตอไปในหัวขอที่ 8
7.3 บริเวณที่พัฒนาแหลงน้ํา ควรเปนพื้นที่ซึ่งอยูระหวางนาขาว และแปลงพืชไร ไมผล และพืชผัก
ตางๆ พื้นที่สวนนี้จะไมลุมและดอนจนเกินไป ขนาดของแหลงน้ําที่จะพัฒนา ควรเปนขนาดแหลงน้ําประจํา
3
ไรนา คือมีความจุประมาณ 1,250 ม. สวนจํานวนบอขึ้นอยูกับปริมาณความตองการใชน้ําในกิจกรรมตางๆ
สําหรับแหลงน้ําที่พัฒนาขึ้นมาควรเลี้ยงปลาที่เลี้ยงงาย โตเร็วและเปนที่ตองการของตลาด เชน ปลาไน ปลา
นิล ปลาดุก ปลาสวาย ปลาหมอตาล ปลาเทโพ และอื่นๆ สวนบริเวณคันดินรอบบอหรือสระควรใชเปนที่
ปลูกไมผล เชน มะมวง ขนุน ฝรั่ง กลวย ฯลฯ และไมดอกไมประดับตางๆ เพื่อใหเกิดรายไดเสริมอีกทางหนึ่ง
นอกจากนี้บริเวณคันดินรอบบอควรปลูกหญา เชน หญาแฝกทั้งดานในและดานนอกเพื่อปองกันการกัด
เซาะดินบริเวณคันดินรอบบอดวย
7.4 บริเวณที่ใชเลี้ยงสัตว ควรเลี้ยง ไก หมู และเปด โดยใชบริเวณพื้นที่ซึ่งพัฒนาเปนแหลงน้ําและ
มีการเลี้ยงปลา โดยสรางเปนโรงเรือนใหบางสวนยื่นลงไปในบอ แลว ปลอยใหสัตวเลี้ยงถายมูลลงในบอน้ํา
เพื่อเปนอาหารของปลา
สําหรับอัตราสวนการใชที่ดินประเภทตางๆ ที่กลาวนี้ขึ้นอยูกับสภาพพื้นที่แตละแหง ความตองการ
ของเกษตรกรและสภาพเศรษฐกิจ ไดแก ความตองการผลผลิตของตลาดทั้งในทองถิ่นและนอกทองถิ่น
อยางไรก็ตามควรจะไดยึดตามแนวทฤษฎีใหม ในการแกปญหาการขาดแคลนน้ําเพื่อการเกษตรของ
พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัว ที่มีแนวพระราชดําริใหกันพื้นที่ประมาณ 30 เปอรเซ็นต ของพื้นที่ถือครองเพื่อ
พัฒนาแหลงน้ํา

