Page 158 - รายงานการจัดการทรัพยากรดินเพื่อการปลูกพืชเศรษฐกิจหลักตามกลุ่มชุดดิน เล่มที่ 1 ดินบนพื้นที่ราบต่ำ
P. 158

144



                  ระยะบํารุงผล ใชปุยสูตร 15-15-15 อัตรา 1 กก./ตน และ 4) ระยะปรับปรุงคุณภาพผลผลิตใชปุยสูตร 13-

                  13-21 อัตรา 1 กก./ตน รวมดวยการพนปุยทางใบในอัตราตามที่ฉลากระบุไว

                  10. สรุป

                         กลุมชุดดินที่ 2  พบบริเวณที่ราบเรียบถึงราบลุมที่เกิดจากการทับถมของตะกอนน้ํากรอย และ

                  ตะกอนน้ําจืด  ลักษณะเนื้อดินเปนดินเหนียวมีสภาพการระบายน้ําเลว  ในชวงฤดูฝนจะมีน้ําขังอยูที่ผิวดิน

                  ระหวาง 4-6 เดือน  จึงมีศักยภาพเหมาะสมในการทํานามากกวาการปลูกพืชไรไมผล และพืชผักตางๆ

                  ยกเวนจะไดมีการพัฒนาที่ดินโดยการทําคันลอมรอบพื้นที่ และมีการยกรองปลูกเพื่อชวยการระบายน้ําของ

                  ดิน อยางไรก็ตามกลุมชุดดินที่ 2 นี้สามารถใชเพาะปลูกพืชไรอายุสั้นและพืชผักไดในชวงฤดูแลง

                         กลุมชุดดินที่ 2  ประกอบดวยชุดดินที่สําคัญไดแกชุดดินอยุธยา บานเขน บางน้ําเปรี้ยว บางปะอิน

                  ชุมแสง มหาโพธิ์ ศรีสงคราม และทาขวาง เปนตน ซึ่งชุดดินที่กลาวนี้ ใชประโยชนในการทํานาใหผลผลิตอยู

                  ในระดับปานกลางถึงคอนขางดี ปญหาและขอจํากัดในการใชประโยชน ไดแก 1) ปญหาน้ําทวม ทําใหขาว

                  เสียหายในบางป และไมสามารถปลูกพืชไรไมผล และพืชผักไดในชวงฤดูฝน  ดินมีการระบายน้ําเลวจึงไม
                  เหมาะที่จะใชในการปลูกพืชไร ไมผล และพืชผัก  ยกเวนจะไดมีการปรับปรุงแกไข 2) ปญหาเกี่ยวกับความ

                  เปนกรดของดิน  แตไมรุนแรง และ 3) ปญหาทางกายภาพของดิน  ถาจะใชปลูกพืชไร และพืชผักตองมีการ

                  ปรับปรุงแกไขดวยการใชปุยอินทรีย และวัสดุปรับปรุงดิน

                         การใชประโยชนกลุมชุดดินที่ 2 ที่เหมาะสมนาจะเปนการใชที่ดิน “แบบไรนาสวนผสม”  คือ ปลูก

                  ขาวหรือปลูกไมผล ทําสวนผัก  และเลี้ยงสัตวควบคูกันไป เกษตรกรจะเลือกทํากิจกรรมใดบางนั้นขึ้นอยูกับ

                  ขนาดของพื้นที่ถือครอง และสภาวะทางเศรษฐกิจโดยเฉพาะราคาพืชผล กิจกรรมในไรนาสวนผสมนั้น

                  จะตองเอื้อประโยชนตอกันดวยจึงจะชวยลดตนทุนการผลิต และยังชวยใหเกษตรกรลดความเสี่ยงในดาน
                  ราคาผลผลิตทั้งเปนระบบทําใหที่ดินมีความสามารถในการผลิตแบบยั่งยืนดวย
   153   154   155   156   157   158   159   160   161   162   163