Page 128 - รายงานการจัดการทรัพยากรดินเพื่อการปลูกพืชเศรษฐกิจหลักตามกลุ่มชุดดิน เล่มที่ 1 ดินบนพื้นที่ราบต่ำ
P. 128

114



                  กรณีที่เกษตรกรตองการเปลี่ยนสภาพการใชที่ดิน จากที่ใชทํานาอยูในปจจุบันเปนการปลูกไมผล หรือไมยืน

                  ตน ควรจะไดดําเนินการดังตอไปนี้

                         1) ทําคันดินรอบพื้นที่เพาะปลูกเพื่อปองกันน้ําทวมในชวงฤดูฝน ถาเปนไปไดควรจะติดตั้งเครื่องสูบ

                  น้ําเพื่อระบายน้ําออกเมื่อมีฝนตกหนัก


                         2)  ยกสันรองสําหรับปลูกไมผลหรือไมยืนตน  ตามความยาวของพื้นที่ ซึ่งตองการปลูกใหมีขนาด
                  กวางประมาณ 6 เมตร สูงอยูระหวาง 80-100 ซม. สวนทองรองระหวางรองปลูกกวาง 1.5-2.0 เมตร ความ

                  ลึกประมาณ 1 เมตร ซึ่งรองที่กลาวนี้ นอกจากชวยระบายน้ําของดินแลวยังชวยในการเก็บกักน้ําไวรดตันไม

                  ที่ปลูกอีกดวย  รองน้ําระหวางสันรองที่ใชปลูกพืชควรตอเนื่องกับรองรอบสวนที่อยูติดกับคันดินปองกันน้ํา

                  ทวม เพื่อประโยชนในการระบายน้ําเขาออกเมื่อมีฝนตก

                         3) การเตรียมหลุมปลูกควรมีขนาด กวาง xยาวxลึก อยูระหวาง 50-100 ซม. โดยขุดหลุมแยกดินชั้น

                  บนและชั้นลางไวตางหาก กองไวบนปากหลุมแลวทิ้งตากแดดไว 1-2  เดือน เพื่อฆาเชื้อโรคตางๆ ที่มีอยูใน

                  ดิน กอนปลูกคลุกดินที่กองไวกับปุยอินทรีย อัตรา 10-20 กก./หลุม แลวนํากลับลงไปในหลุมกอนปลูกไมผล

                         4)  การรักษาและปรับปรุงความอุดมสมบูรณของดิน  การใสปุยแกไมผลนั้นควรใสทั้งปุยอินทรีย

                  และปุยเคมี ปุยอินทรียควรใสปละครั้งในอัตรา 10-30 กก./ตน/ป สวนปุยเคมีนั้นขึ้นอยูกับชนิดของไมผล ซึ่ง

                  จะกลาวไวในหัวขอที่ 9

                         ในการจัดการเพื่อปรับปรุงแกไขดินกลุมนี้ใหเหมาะสม ในการปลูกพืชจะตองพิจารณาจากขอจํากัด
                  ตางๆ ที่ไดกลาวมาแลวรวมกับชนิดของพืชที่จะปลูก อยางไรก็ตามจากการจัดชั้นความเหมาะสมของดินจะ

                  เห็นวากลุมชุดดินนี้เหมาะสมในการปลูกขาวมากกวาปลูกพืชไร  ไมผล หรือพืชผัก  ถาจะใชปลูกพืชอื่น

                  นอกเหนือจากการปลูกขาวจะตองปรับปรุงสภาพพื้นที่เพื่อปองกันน้ําทวม และสภาพการระบายน้ําของดิน

                  จึงจะสามารถปลูกพืชไดทั้งฤดูฝน และฤดูแลง ดังนั้นจึงแบงการจัดการดินออกตามชนิดของพืช

                  7. ขอเสนอแนะ


                         เนื่องจากกลุมชุดดินนี้พบในสภาพพื้นที่ราบเรียบถึงที่ลุมต่ํา ในชวงฤดูฝนมักมีน้ําขังนานระหวาง 4-
                  5 เดือน เนื้อดินเปนดินเหนียว การระบายน้ําเลว จึงมีศักยภาพเหมาะสมในการทํานามากกวาปลูกพืชอยาง

                  อื่น การปลูกขาวมีขอจํากัดนอยหรือไมมีเลย ผลผลิตขาวที่ไดคอนขางสูงเมื่อเปรียบเทียบกับดินนาทั่วไป แต

                  ถาเกษตรกรตองการจะเปลี่ยนสภาพการใชประโยชนจากนาขาวในปจจุบันเปนการใชประโยชนอื่นก็
                  สามารถทําได ถาไดมีการปรับปรุงแกไขหรือพัฒนาที่ดินเพื่อปองกันน้ําทวม และสภาพการระบายน้ําของดิน

                  ที่เลวใหดีขึ้น ทางเลือกการใชประโยชนที่ดินกลุมนี้มีหลายทางไดแก


                          7.1  การเปลี่ยนสภาพการใชที่ดินจากนาขาวเปนพื้นที่ปลูกไมผล  เชน มะมวง  สมเขียวหวาน

                  สมโอ กลวยหอม และมะพราว เปนตน หรือปลูกผักตางๆ  ที่ใหผลตอบแทนทางเศรษฐกิจสูงหรือปลูกไมโต
   123   124   125   126   127   128   129   130   131   132   133