Page 25 - ฐานข้อมูลแผนที่แหล่งน้ำประเทศไทย พ.ศ. 2546
P. 25

16





                                   1.5  ภาคใต

                                          1.5.1  แหลงน้ําที่มีขนาดตั้งแต  50  ไรขึ้นไป  มีเนื้อที่ทั้งหมด  2,316,268  ไร
                     โดยเปนอางเก็บน้ํา  103  แหง เนื้อที่  257,187  ไร  มีความจุในการกักเก็บน้ํา  7,344  ลานลูกบาศกเมตร

                     แหลงน้ําขนาดใหญ เชน อางเก็บน้ําของเขื่อนรัชชประภาในจังหวัดสุราษฎรธานี  และอางเก็บน้ําของ

                     เขื่อนบางลางในเขตจังหวัดยะลา  พื้นที่แมน้ําและลําคลอง มีเนื้อที่ทั้งหมด  309,402  ไร  ลําน้ําดาน

                     ตะวันออกไหลลงทะเลดานอาวไทยและทะเลจีนใต เชน  คลองทาแซะ  คลองสวี  คลองหลังสวน
                     แมน้ําพุมดวง  แมน้ําตาป  แมน้ําปากพนัง  แมน้ําปตตานี  แมน้ําสายบุรี  แมน้ําโกลก  และคลองบางนรา

                     เปนตน  พื้นที่ลําน้ําดานตะวันตกของภาคใต  เชน  แมน้ํากระบุรี  แมน้ําตรัง  และคลองละงู  เปนตน

                     แหลงน้ําที่เปนหนอง  บึง  และทะเลสาบมีรวมทั้งหมด  45  แหง  เนื้อที่  1,032,305  ไร  แหลงน้ําที่มี
                     ขนาดใหญ ๆ เชน  ทะเลสาบสงขลาและทะเลนอยซึ่งอยูในจังหวัดสงขลาและจังหวัดพัทลุง  มีพื้นน้ํา

                     ทั้งหมด  539,465  ไร  หนองน้ําที่เรียกพรุตาง ๆ ที่มีน้ําขังตลอดป เชน  พรุคางคาว  พรุคันธุลีและ

                     พรุบานไมขาว  เนื้อที่  481  875  และ  252  ไร  อยูในจังหวัดสงขลา  สุราษฎรธานีและภูเก็ต ตาม

                     ลําดับ  แหลงน้ําอื่น ๆ มีรวมทั้งหมด  976  ไร  เนื้อที่  717,374  ไร  (รูปที่  5    ตารางผนวกที่  5)
                                          1.5.2  แหลงน้ําที่มีเนื้อที่นอยกวา  50  ไร  ประกอบดวยฝายและเขื่อนกั้นน้ํา

                     506  แหง  อางเก็บน้ํา  121  แหง  และแหลงน้ําอื่น ๆ ไดแก  สระน้ํา  หนองน้ํา  บอน้ํา  หรือแหลงน้ําที่

                     ยังไมไดจําแนก  627  แหง
                            2.  ประมาณการพื้นที่แหลงน้ําที่ไมมีขอบเขตในแผนที่และพื้นที่น้ํากรอย

                                   ประมาณการพื้นที่แหลงน้ําที่ไมมีขอบเขตในแผนที่และพื้นที่น้ํากรอย   เปนการหาพื้นที่

                     แหลงน้ําจากวิธีการประเมิน   โดยใชขอมูลที่มีอยูจากการจัดทําฐานขอมูลแผนที่แหลงน้ําของประเทศไทย
                     เพื่อใหทราบวา  พื้นที่แหลงน้ําผิวดินของประเทศฯ  ทั้งหมดมีเทาไร  และเปนน้ํากรอยหรือน้ําเค็มเทาไร

                     ซึ่งเปนประโยชนในการวางแผนพัฒนาพื้นที่แหลงน้ําที่มีอยูแลวใหมีศักยภาพในการใชประโยชน

                     ไดสูงสุด  เชน  แหลงน้ําที่เปนแองน้ําธรรมชาติ คือ  หนอง  บึง  และพื้นที่ลุมน้ําที่มีน้ําขังถามีการ

                     พัฒนาใหมีความจุในการกักเก็บน้ําไดมากขึ้น  จะชวยในการแกปญหาน้ําทวมในฤดูฝนไดระดับหนึ่ง  ใน
                     ชวงฤดูแลงยังสามารถนําน้ําจากแหลงน้ํานั้นมาใชประโยชนทางดานการเกษตรกรรม   ดานอุปโภค

                     บริโภคและใชเปนที่เพาะเลี้ยงหรือจับสัตวน้ําได  แหลงน้ําที่เปนลําน้ําตามธรรมชาติถาพัฒนาขุดลอก

                     ใหมีความลึกมากขึ้นจะชวยระบายน้ําไดดีขึ้นแกปญหาในพื้นที่น้ําทวมไดสวนหนึ่ง   สําหรับพื้นที่น้ํากรอย
                     หรือน้ําเค็มจะเปนประโยชนในการเปนขอมูลสวนหนึ่ง  ในการวางแผนพัฒนาการเพาะเลี้ยงชายฝงได
   20   21   22   23   24   25   26   27   28   29   30