Page 4 - การใช้เทคโนโลยีรีโมทเซนซิ่งและระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ เพื่อประเมินผลผลิตข้าวนาปรัง ปี 2548
P. 4

สรุปรายงานสําหรับผูบริหาร


                         สืบเนื่องจากปญหาเกี่ยวกับราคาผลผลิตตกต่ํา  และความขัดแยงในการใชทรัพยากรน้ําของ

                  ชาวนาในอดีต  เปนผลใหรัฐบาลตองเขามาแกไขปญหาทุกป  การแกไขปญหามีความยุงยาก  ทั้งนี้สวน

                  หนึ่งเกิดจากรัฐบาลขาดขอมูลการปลูกขาวนอกฤดูที่มีความถูกตองทั้งดานพื้นที่เพาะปลูกและจํานวน

                  ผลผลิตรวม  กอนที่ผลผลิตจํานวนมากจะออกสูตลาด  เพื่อใหมีการวางแผนการผลิตการตลาดที่เหมาะ

                  สมและเปนการลดปญหาดังกลาว        กรมพัฒนาที่ดินจึงไดใชเทคโนโลยีรีโมทเซนซิ่งและระบบสาร
                  สนเทศภูมิศาสตร  ในการสํารวจและวิเคราะหพื้นที่ปลูกขาวนาปรังเพื่อประเมินผลผลิต  ซึ่งจะสามารถ

                  ดําเนินการไดในเวลารวดเร็ว  และเสร็จทันกอนผลผลิตจะออกสูตลาด   การดําเนินการเริ่มขึ้นในเดือน

                  มกราคม พ.ศ.2548  และสิ้นสุดเดือนเมษายน พ.ศ.2548  แบงการทํางานออกเปน  3  ขั้นตอนดังนี้

                         1.  นําขอมูลจากดาวเทียม Landsat - 5 ( TM ) ที่บันทึกในชวงเวลาเดียวกับฤดูปลูกขาวนาปรัง

                  ของเกษตรกรมาแสดงผลภาพ  เพื่อวิเคราะหพื้นที่ปลูกขาว  จํานวน  37  ภาพ ( scenes )  ครอบคลุม
                  56  จังหวัด  ไดพื้นที่ปลูกขาวนาปรังทั้ง 4 ภูมิภาค ( ยกเวนภาคใต ) รวมทั้งสิ้น  8,560,410  ไร

                  โดยที่ภาคกลาง  มีเนื้อที่ปลูกมากที่สุด  คือ  3,954,518  ไร  หรือรอยละ  46.07  ของพื้นที่ปลูก

                  ทั้งหมด  รองลงมาคือ  ภาคเหนือ  3,440,546  ไร  หรือรอยละ  40.19  ภาคตะวันออกเฉียง
                  เหนือ  759,468  ไร หรือรอยละ  8.87  และภาคตะวันออก  414,878  ไร  หรือรอยละ  4.85

                  เมื่อเปรียบเทียบกับปการผลิต 2547  พบวามีพื้นที่ปลูกลดลงรอยละ  10.99  โดยมีสัดสวนลด
                  ลงในพื้นที่นอกเขตชลประทานมากกวาในเขตชลประทาน

                         2.  สงทีมงานสํารวจจากสวนวิเคราะหสภาพการใชที่ดินที่ 2  กรมพัฒนาที่ดิน  เพื่อรวบรวมชนิด
                  พันธุขาวและผลผลิตเฉลี่ยเปนรายตําบลไดทั้งหมด  6,824  ตัวอยาง  โดยพันธุขาวที่เกษตรกรนิยมปลูก

                  มากที่สุด  ไดแก  พันธุสุพรรณบุรี 1  ชัยนาท 1  ปทุมธานี 1  สุพรรณบุรี 35  กข 10  และพันธุ

                  สันปาตอง 1   แลวนําขอมูลจากแบบสอบถามมาคํานวณทางสถิติ   เพื่อหาคาผลผลิตเฉลี่ยเปนราย

                  ตําบล   ผลการวิเคราะหไดผลผลิตเฉลี่ยทั้งประเทศ  715   กก./ไร   โดยภาคตะวันออกมีผลผลิต

                  เฉลี่ยสูงสุด  757  กก./ไร
                         3.  ใชระบบสารสนเทศภูมิศาสตรวิเคราะหและประมวลผล  จากขอมูลที่ไดจากขอ 1. และขอ 2.

                  ไดผลผลิตรวมทั้งประเทศทั้งสิ้น 6,123,152  ตัน  มูลคารวม  27,765.42  ลานบาท ภาคกลางได

                  ผลผลิตรวมมากที่สุด  คือ  2,923,459  ตัน  หรือรอยละ  47.74  ของผลผลิตทั้งหมด  มูลคารวม

                  13,925.29  ลานบาท  รองลงมาคือ  ภาคเหนือ  2,426,868  ตัน  หรือรอยละ  39.64  ของผลผลิตทั้ง
                  หมด  มูลคารวม  10,421.96  ลานบาท ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  458,776  ตัน  หรือรอยละ  7.49  ของ

                  ผลผลิตทั้งหมด  มูลคารวม  2,000.12  ลานบาท และภาคตะวันออก  314,049  ตัน หรือรอยละ  5.13

                  ของผลผลิตทั้งหมด  มูลคารวม  1,418.05  ลานบาท
   1   2   3   4   5   6   7   8   9