Page 37 - การใช้เทคโนโลยีรีโมทเซนซิ่งและระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ เพื่อประเมินผลผลิตข้าวนาปรัง ปี 2548
P. 37
16
เนื้อที่ปลูกทั้งภาค และนอกเขตชลประทาน 166,076 ไร หรือรอยละ 21.78 ของเนื้อที่ปลูกทั้งภาค
ผลผลิตรวมทั้งหมด 458,776 ตัน โดยมีผลผลิตเฉลี่ยคอนขางต่ํากวาภาคอื่นๆ เพียง 604 กิโลกรัมตอ
ไร พันธุที่นิยมปลูกมากที่สุด คือ พันธุชัยนาท 1 ( รอยละ 36.11 ) กข 10 ( รอยละ 13.62 ) และพันธุ
ปทุมธานี 1 ( รอยละ 8.11 ) ตามลําดับ แตเนื่องจากสภาวะภัยแลงอยางหนัก ทําใหปริมาณน้ําในอาง
เก็บน้ําตางๆ ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือลดลงเปนอยางมาก โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ตอนลาง จนไมเพียงพอที่จะปลอยน้ําเพื่อใหเกษตรกรทําการเพาะปลูกพืชในฤดูแลงได ดังนั้นเกษตรกร
จึงงดการปลูกขาวนาปรังลงในปนี้ หรือปรับเปลี่ยนไปปลูกพืชอื่นๆ ที่ใชน้ํานอยกวาการปลูกขาวนาปรัง
ทดแทน เชน ถั่วลิสง ( จังหวัดอุบลราชธานี ) หรือถั่วเขียว ( จังหวัดนครราชสีมา )
13.3.4 ภาคตะวันออก มีเนื้อที่ปลูกนอยกวาทุกภูมิภาค 414,878 ไร หรือรอยละ
4.85 ของพื้นที่ปลูกทั้งประเทศ และพบวาเพิ่มมากขึ้นจากปการผลิต 2547 โดยมีเนื้อ
ที่ปลูก ในเขตชลประทาน 362,913 ไร หรือรอยละ 87.47 ของเนื้อที่ปลูกทั้งภาคและนอกเขตชล
ประทาน 51,965 ไร หรือรอยละ 12.53 ของเนื้อที่ปลูกทั้งภาค โดยครอบคลุมใน 4 จังหวัด คือ
จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งมีพื้นที่ปลูกมากที่สุด จังหวัดปราจีนบุรี สระแกว และจังหวัดระยอง มีผล
ผลิตรวม ทั้งหมดประมาณ 1,418.05 ตัน ผลผลิตเฉลี่ย 757 กิโลกรัมตอไร พันธุที่นิยมปลูกมากที่
สุด คือ พันธุสุพรรณบุรี 1 ( รอยละ 44.11 ) ปทุมธานี 1 ( รอยละ 18.04 ) และพันธุชัยนาท 1 ( รอย
ละ 6.77 ) ตามลําดับ พื้นที่ปลูกมีแนวโนมจะเพิ่มมากขึ้นกวาปที่แลว โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ปลูกขา
วนาปในเขตชลประทานก็เริ่มปรับเปลี่ยนมาปลูกขาวนาปรังแทน เนื่องจากเห็นเกษตรกรคนอื่นปลูกแลว
ไดผลดี ซึ่งอาจเกิดปญหาการขาดแคลนน้ําได ในเขตพื้นที่แหลงปลูกใหญอําเภอบางน้ําเปรี้ยวจังหวัด
ฉะเชิงเทรา และอําเภอบานสราง จังหวัดปราจีนบุรี มีปญหาน้ําเค็มหนุนเขามาในแหลงปลูกขาวเร็ว
กวาทุกป และขาดแคลนน้ําจืดที่จะดันน้ําเค็มใหออกไปจากพื้นที่ ซึ่งทําใหเกิดความเสียหายตอขาว
ในพื้นที่ดังกลาว ซึ่งอาจจะใหผลผลิตในบริเวณนั้นลดลงได

