Page 36 - การใช้เทคโนโลยีรีโมทเซนซิ่งและระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ เพื่อประเมินผลผลิตข้าวนาปรัง ปี 2548
P. 36

15


                         13.3  พื้นที่ปลูกและผลผลิตขาวนาปรัง  ปการผลิต  2548

                         ผลจากการวิเคราะหและประมวลผลดวยระบบสารสนเทศภูมิศาสตรในปการผลิต  2548
                  มีพื้นที่ปลูกขาวนาปรังครอบคลุม  56  จังหวัด ( ยกเวนภาคใต )  ทั้งสิ้น  8,560,410  ไร ( ระหวางเดือน

                  พฤศจิกายน 2547 - เมษายน 2548 )  เปนเนื้อที่ปลูกในเขตชลประทาน  6,041169  ไร  หรือรอยละ

                  70.57  และเนื้อที่ปลูกนอกเขตชลประทาน  2,519,241  ไร  หรือรอยละ  29.43  ของเนื้อที่ปลูกทั้งหมด

                  ผลผลิตรวมทั้งประเทศจํานวน  6,123,152  ตัน  โดยผลผลิตเฉลี่ยของทั้งประเทศ  715  กิโลกรัมตอไร

                  ภาคกลางมีเนื้อที่ปลูกขาวนาปรังมากที่สุดมีเนื้อที่คือ  3,945,518  ไร  หรือรอยละ  46.09  ของเนื้อที่ปลูก
                  ทั้งหมด  จังหวัดที่ปลูกขาวนาปรังมากที่สุดของประเทศ คือ จังหวัดสุพรรณบุรี  รองลงมา  คือ จังหวัด

                  พิษณุโลก  พิจิตร  นครสวรรค  และจังหวัดกําแพงเพชร  ตามลําดับ  ซึ่งมีรายละเอียดแยกตามภูมิภาค

                  ดังนี้

                               13.3.1   ภาคกลาง  มีเนื้อที่ปลูกขาวนาปรังทั้งหมด  3,945,518  ไร หรือรอยละ

                  46.09 ของทั้งประเทศ  อยูในเขตชลประทาน  3,728,991  ไร หรือรอยละ  94.51  ของเนื้อที่ปลูกทั้งภาค
                  และนอกเขตชลประทาน  216,527  ไร  หรือรอยละ  5.49  ของเนื้อที่ปลูกทั้งภาค  มีผลผลิตรวมทั้งหมด

                  2,923,459  ตัน โดยมีผลผลิตเฉลี่ยของภาคคือ  741  กิโลกรัมตอไร จังหวัดสุพรรณบุรีมีเนื้อที่

                  ปลูกมากที่สุด รองลงมาคือ จังหวัดชัยนาท และพระนครศรีอยุธยา พันธุขาวนาปรังที่นิยม
                  มากที่สุด คือ พันธุสุพรรณบุรี 1( รอยละ  34.29 ) พันธุชัยนาท 1( รอยละ  18.57 ) และพันธุปทุมธานี 1

                  (  รอยละ 14.90 )  ตามลําดับ  ศัตรูขาวที่พบมากคือหอยเชอรี่  และวัชพืชที่เกษตรกรเรียกวาขาวดีด

                  ซึ่งระบาดมากแถบจังหวัดปทุมธานีและจังหวัดนนทบุรี  มีลักษณะคลายขาวแตจะตอบสนอง

                  ตอปุยไดดีและเจริญเติบโตไดเร็วกวาขาว  ทําใหตนขาวแคระแกรน  นอกจากนั้นพบวาเมล็ดรวงได

                  งาย  ทําใหกําจัดไดยาก  เกษตรกรแกปญหาโดยการเลือกเกี่ยวรวงของขาวดีดกอนที่เมล็ดจะรวง  เนื่อง
                  จากขาวดีดจะออกรวงกอนขาวปกติ

                               13.3.2  ภาคเหนือ  มีเนื้อที่ปลูกขาวนาปรังทั้งหมด  3,440,546  ไร  หรือรอยละ  40.19

                  ของทั้งประเทศ  มีเนื้อที่ปลูกในเขตชลประทาน 1,355,873  ไร หรือรอยละ  39.41 ของเนื้อที่ปลูกทั้งภาค

                  และนอกเขตชลประทาน  2,084,673   ไร   หรือรอยละ  60.59   ของเนื้อที่ปลูกทั้งภาค   ผลผลิตรวม

                  ทั้งภาค 2,426,868  ตันผลผลิตเฉลี่ย  705  กิโลกรัมตอไร  พื้นที่ปลูกสวนใหญอยูในเขต
                  ภาคเหนือตอนลาง  ไดแก  จังหวัดพิษณุโลก  นครสวรรค  พิจิตร  และจังหวัดกําแพงเพชร ตามลําดับ

                  พันธุขาวนาปรัง    ที่นิยมปลูกในภูมิภาคนี้มากที่สุด  คือ  พันธุสุพรรณบุรี 1 ( รอยละ  32.69 )  ชัยนาท 1

                  ( รอยละ  15.78 )  และพันธุสันปาตอง 1 ( รอยละ  11.95 )  ตามลําดับ  พื้นที่ปลูกทางภาคเหนือ

                  มีแนวโนมลดลงเนื่องจากเกษตรกรหันมาปลูกถั่วเหลืองทดแทนเพราะใชน้ํานอยกวา  โดยเฉพาะจังหวัด
                  แพร  เพราะราคา   ถั่วเหลืองในปการผลิต  2547 มีราคาดี  และปญหาภัยแลง

                               13.3.3  ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  มีเนื้อที่ปลูกขาวนาปรังทั้งหมด  759,468  ไร  หรือ

                  รอยละ  8.87  ของทั้งประเทศ  มีเนื้อที่ปลูกในเขตชลประทาน  593,392  ไร  หรือรอยละ  78.13  ของ
   31   32   33   34   35   36   37   38   39   40   41