Page 89 - คู่มือการพัฒนาที่ดินสำหรับหมอดินอาสาและเกษตรกร
P. 89
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
(2) การปรับปรุงบำรุงดินเพื่อปลูกพืชผักทนเค็ม
ในพื้นที่ดินเค็มน้อยและเค็มปานกลางที่น้ำไม่ท่วมหรือหลังเก็บเกี่ยวข้าวแล้ว มีน้ำ
เพียงพอสามารถปรับปรุงบำรุงดินแล้วปลูกพืชเศรษฐกิจทนเค็มได้ โดยดำเนินการ ดังนี้
- ปรับปรุงบำรุงดินด้วยอินทรียวัตถุ ได้แก่ ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยพืชสด
- เลือกปลูกพืชที่เหมาะสมกับระดับความเค็มของดิน ดังนี้
• ดินเค็มน้อย เช่น ถั่วฝักยาว มะเขือ กุยช่าย มะนาว ส้ม ถั่วลิสง เป็นต้น
• ดินเค็มปานกลาง เช่น ข้าว ข้าวโพดหวาน บล็อกโคลี่ แตงโมและทับทิม เป็นต้น
• ดินเค็มมาก เช่น มะเขือเทศ ผักโขม แคนตาลูป กระถินณรงค์ ยูคาลิปตัส เป็นต้น
• ดินเค็มจัด เช่น หน่อไม้ฝรั่ง คะน้า มะขามเทศ มะพร้าว และละมุด เป็นต้น
- มีการให้น้ำแบบระบบน้ำหยด จะช่วยควบคุมความชื้นดิน ความเค็มของดิน และ
ประหยัดน้ำได้ดี
- ควรมีการคลุมดินหลังปลูก เพื่อรักษาความชื้นและป้องกันการสะสมของเกลือ
ที่ผิวดิน
ภาพแสดงการเลือกปลูกพืชที่เหมาะสมกับระดับความเค็มของดิน
3) การฟื้นฟูพื้นที่ดินเค็มจัด
พื้นที่ดินเค็มจัด มักอยู่ในที่ลุ่ม เป็นพื้นที่ว่างเปล่า มีพืชทนเค็มจัดเท่านั้นที่ขึ้นได้ เช่น
หนามพุงดอ หนามพรม การฟื้นฟูแก้ไขสามารถทำได้โดยวิธีการทางพืช และวิธีทางวิศวกรรม
- วิธีการทางพืช โดยการปลูกพืชชอบเกลือ ซึ่งเป็นพืชที่เจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่ที่มีความเค็มสูง
พืชที่กรมพัฒนาที่ดินส่งเสริม ได้แก่
• หญ้าดิกซี (Sporobolus virginicus) เป็นพืชที่เจริญเติบโตและปรับตัวได้ดี
ในพื้นที่ดินเค็มจัด ซึ่งพืชจะมีการขับเกลือออกมาที่ต่อม ทางใบ การปลูกหญ้าดิ๊กซี่ในพื้นที่ดินเค็มจัดเป็นพืช
คลุมดิน ป้องกันการแพร่กระจายดินเค็ม และใช้เป็นพืชอาหารสัตว์รวมทั้งฟื้นฟูระบบนิเวศในพื้นที่ดินเค็มจัดด้วย
คู่มือการพัฒนาที่ดินส�าหรับหมอดินอาสาและเกษตรกร 61
กรมพัฒนาที่ดิน

