Page 42 - สถานภาพและการจัดการดินเปรี้ยวในประเทศไทย
P. 42

ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน





                   2) P-IIIa เป็นดินที่เหมาะสมกับการทำนาปานกลาง โดยมีความเป็นกรดเป็นอุปสรรคในการปลูกข้าว
            จะต้องมีการจัดการดินเป็นพิเศษเพื่อปลูกข้าว หน้าดินลึก การระบายน้ำเลว มีความเป็นกรดสูง ค่าความเป็นกรด

            เป็นด่างของดินแห้งมีค่าต่ำกว่า 4.5 ข้าวตอบสนองต่อการใส่ปุ๋ยต่ำ นอกจากจะมีการใส่ปูน ผลผลิตข้าวได้ประมาณ
            144-240 กิโลกรัมต่อไร่
                   3) P-IVa เป็นดินที่ไม่เหมาะสมสำหรับทำนา เพราะดินมีความเป็นกรดรุนแรงมากจนเป็นเหตุให้เกิดปัญหา
            ทำให้ผลผลิตต่ำมาก บางพื้นที่ถูกทิ้งให้ว่างเปล่าโดยปราศจากการปลูกข้าว โดยส่วนใหญ่จะให้ผลผลิตข้าวเพียง 48-
            96 กิโลกรัมต่อไร่เท่านั้น ค่าความเป็นกรดเป็นด่างของดินแห้งต่ำกว่า 4 ซึ่งยากต่อการปรับปรุงแก้ไข จะต้องมีการ

            จัดการดินอย่างระมัดระวังเป็นพิเศษ

            3.3 หลักเกณฑ์การจำแนกความเหมาะสมของพื้นที่ดินเปรี้ยวจัด

                    1) ความลึกของจาโรไซต์ (depth of jarosite) เป็นเกณฑ์หลักที่ใช้เป็นตัวจำกัดที่เกี่ยวข้องกับความเป็น
            กรดของดินที่มีต่อการปลูกข้าวคือ ระดับความลึกของสารประกอบจาโรไซต์หรือ basic ferric sulfate โดยเกิดจาก
            ปฏิกิริยาของซัลฟูริกแอซิดในแร่อะลูมินัมซัลเฟต ซึ่งจะพบในชั้นที่มีความเป็นกรดที่มีพีเอช 5.0-3.5 หรือน้อยกว่า
            ในระยะเริ่มต้นฤดูฝนถ้าพบจาโรไซต์อยู่ใกล้ดินชั้นบนมากเท่าไร จะมีผลต่อความเป็นกรดของดินชั้นบนมากเท่านั้น

            ทั้งนี้ เพราะว่าระดับน้ำใต้ดินจะสูงขึ้น และจะนำเอากรดจากชั้นล่างขึ้นสู่ชั้นหน้าดิน เฉลียว และคณะ (2525) ได้
            ศึกษาและรายงานถึงความสัมพันธ์ระหว่างความลึกของชั้นจาโรไซต์กับชั้นความเหมาะสมของดินเปรี้ยวจัดของ
            ประเทศไทย และได้ปรับปรุงข้อมูลใหม่ตาม Soil Taxonomy ของ USDA ดังนี้คือ
                          - ชั้นจาโรไซต์ ที่ระดับความลึกน้อยกว่า 50 เซนติเมตรจากหน้าดิน ชั้นความเหมาะสมของดิน จัด

            อยู่ชั้น P-IVa
                          - ชั้นจาโรไซต์ ที่ระดับความลึกระหว่าง 50-100 เซนติเมตรจากหน้าดิน ชั้นความเหมาะสมของ
            ดิน จัดอยู่ในชั้น P-IIIa
                          - ชั้นจาโรไซต์ ที่ระดับความลึกมากกว่า 100 เซนติเมตรจากหน้าดิน ชั้นความเหมาะสมของดินจัด

            อยู่ในชั้น P-IIa
                    2) ชั้นความเป็นกรดของดิน (acidity classes) Osborne (1984) ได้ใช้สมบัติทางเคมีของดินในความ
            ลึกจากหน้าดินระยะ 1 เมตร มาวินิจฉัยการแบ่งชั้นสมรรถนะของดินเปรี้ยวจัด โดยใช้ค่า base saturation, AI
                                                   -
            saturation, extr. Ca, total S และ extr. SO 4  จากการใช้ค่าวิเคราะห์ทางเคมีต่างๆ เหล่านี้ สามารถแบ่งดินกรด
            จัดออกเป็น 5 ชั้นด้วยกัน คือ
                          Class I: พีเอชเป็นกลางถึงกรดอ่อน การจัดการโดยไม่ต้องใส่ปูน เป็นดินที่เกิดจากตะกอนใหม่
            พบบริเวณพื้นที่ที่มีความลาดชันต่ำ เป็นดินที่เกิดจากตะกอนของน้ำทะเลหรือตะกอนน้ำจืด ไม่มีฤทธิ์เป็นกรด การ
            จำแนกคล้ายกับลักษณะที่ได้จำแนกตามความเหมาะสมของดินแบบเก่า ดินชุดนี้ ได้แก่ ชุดดินบางกอกและชุดดิน

            ราชบุรี เป็นต้น
                          Class II: พีเอชเป็นกรดอ่อน (slightly) การจัดการบางครั้งไม่ตอบสนองต่อปูน ที่พบบริเวณที่มี
            ความลาดชันต่ำ หรือบริเวณที่น้ำทะเลเคยท่วมถึงมาก่อน เป็นดินที่เกิดจากการสะสมของตะกอนน้ำกร่อยและที่ราบ

            ลุ่มน้ำขึ้นถึง ซึ่งสารไพไรต์ถูกออกซิไดซ์ในชั้นดินที่ลึก และสารต่างๆ ที่เกิดจากผลของการออกซิเดชั่นจะถูกชะล้าง
            ลงไปในดินชั้นล่างต่ำกว่า 1 เมตร หรือถูกทำให้เป็นกลางโดย CaSO4 ดินในชั้นนี้จะครอบคลุมพื้นที่เป็นบริเวณกว้าง








              30       สถานภาพและการจัดการดินเปรี้ยวจัดในประเทศไทย
                       กรมพัฒนาที่ดิน
   37   38   39   40   41   42   43   44   45   46   47