Page 128 - ผลกระทบระยะยาวของการปลูกยางพาราต่อสมบัติดินและความหลากหลายทางชีวภาพในดิน Long Term Impact of Rubber Plantation on Soil Properties and Biodiversity
P. 128

ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน




                                                                                                        89




                       8. กิจกรรมของจุลินทรีย์ในดิน


                                     จากการวิเคราะห์ปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดขึ้นจากกิจกรรมของจุลินทรีย์
                       ในสภาพที่มีสารประกอบอินทรีย์ต่างกัน 6 กลุ่ม ได้แก่ carbohydrate, catabolic acid, phenolic

                       acid, amino acid, N-rich compounds และ P-rich compound พบว่า มีเพียงสารประกอบใน

                       กลุ่ม amino acid และ P-rich compound ซึ่งได้แก่ phytate ที่พบว่า มีความแตกต่างทางสถิติของ
                       กิจกรรมจุลินทรีย์ที่เกิดขึ้น โดยพบว่า ในกลุ่มของ amino acid มีเพียง L-alanine ที่ไม่พบความ

                       แตกต่างทางสถิติ ในขณะที่กิจกรรมของจุลินทรีย์ที่เกิดขึ้นจากการย่อยสลาย glycine, glutamine

                       และ glucosamine เกิดขึ้นต่ำสุดในแปลงปลูกยางพารารอบที่ 3 ช่วงอายุก่อนเปิดกรีด (3-6 ปี) (R3y)
                       โดยมีการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เท่ากับ 0.09, 0.21 และ 0.15 ไมโครกรัมคาร์บอนต่อดิน

                       1 กรัมต่อชั่วโมง เช่นเดียวกับกิจกรรมของจุลินทรีย์ที่เกิดขึ้นจากการย่อยสลาย cellulose และ

                       phytate ซึ่งมีการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำสุดในแปลงปลูกยางพารารอบที่ 3 ช่วงอายุ
                       ก่อนเปิดกรีด (3-6 ปี) (R3y) เช่นกัน โดยมีค่าเท่ากับ 0.03 และ 0.26 ไมโครกรัมคาร์บอนต่อดิน 1

                       กรัมต่อชั่วโมง ทั้งนี้ไม่พบความแตกต่างทางสถิติของการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ซึ่งเกิดขึ้น
                       จากกิจกรรมของจุลินทรีย์ในการย่อยสลายสารประกอบอื่น รวมทั้งการหายใจของจุลินทรีย์ในดิน

                       (basal respiration) (ตารางที่ 25)

                                     เมื่อเปรียบเทียบปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดขึ้นจากกิจกรรมของจุลินทรีย์
                       ในแต่ละรอบการปลูกของยางพารา พบว่า มีเพียง glucose ซึ่งเป็นสารประกอบในกลุ่ม

                       carbohydrate และ glutamine ซึ่งเป็นสารประกอบในกลุ่ม amino acid ที่มีความแตกต่างทางสถิติ
                       ของปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ปลดปล่อยออกมา โดยมีการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

                       ต่ำสุดในแปลงปลูกยางพารารอบที่ 3 (R3) คือ 0.31 และ 0.57 ไมโครกรัมคาร์บอนต่อดิน 1 กรัมต่อ

                       ชั่วโมง และส่งผลให้ผลรวมของการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในสารประกอบกลุ่ม
                       carbohydrate และ amino acid มีการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำสุดในแปลงปลูก

                       ยางพารารอบที่ 3 (R3) เช่นเดียวกัน (ตารางที่ 267)

                                     อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาถึงช่วงอายุของยางพาราในช่วงก่อนเปิดกรีด (3-6 ปี)
                       และหลังเปิดกรีด (18-22 ปี) พบว่า มีเพียงปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดขึ้นจากกิจกรรมของ

                       จุลินทรีย์ในการย่อยสลายสารประกอบ glucose, glycine, glucosamine, L-alanine และการ
                       หายใจของจุลินทรีย์ในดิน (basal respiration) ที่มีความแตกต่างทางสถิติของปริมาณก๊าซ

                       คาร์บอนไดออกไซด์ที่ปลดปล่อยออกมา โดยมีปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในแปลงยางพาราช่วง

                       อายุหลังเปิดกรีด (18-22 ปี) มากกว่าก่อนเปิดกรีด (ตารางที่ 27)
   123   124   125   126   127   128   129   130   131   132   133