Page 107 - ผลกระทบระยะยาวของการปลูกยางพาราต่อสมบัติดินและความหลากหลายทางชีวภาพในดิน Long Term Impact of Rubber Plantation on Soil Properties and Biodiversity
P. 107
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
74
เมื่อพิจารณาจากแต่ละองค์ประกอบของความหลากหลายทางชีวภาพในดิน พบว่า
ค่าดัชนีคุณภาพของดัชนีความมากชนิดของสิ่งมีชีวิตในดิน (richness index of macrofauna) และ
จำนวนไส้เดือนฝอยทั้งหมดที่พบ (nematode abundance) มีค่ามากที่สุดในพื้นที่ป่า (F) และมีค่า
ต่ำสุดในแปลงปลูกยางพารารอบที่ 3 ช่วงอายุก่อนเปิดกรีด (3-6 ปี) (R3y) ในขณะที่ค่าดัชนีคุณภาพ
ของดัชนีความมากชนิดของไส้เดือนฝอย (richness index of nematode) มีค่ามากที่สุดในแปลง
ปลูกยางพารารอบที่ 1 ช่วงอายุหลังเปิดกรีด (18-22 ปี) (R1o) แต่มีค่าต่ำสุดในแปลงปลูกยางพารา
รอบที่ 3 ช่วงอายุหลังเปิดกรีด (18-22 ปี) (R3o) และพบว่า ค่าดัชนีคุณภาพของดัชนีความ
หลากหลายของแบคทีเรีย (diversity index of bacteria) มีค่าสูงสุดในแปลงปลูกยางพารารอบที่ 2
ช่วงอายุก่อนเปิดกรีด (3-6 ปี) (R2y) และมีค่าต่ำสุดในพื้นที่ป่า (F) (ตารางที่ 16)
เปรียบเทียบค่าดัชนีคุณภาพความหลากหลายทางชีวภาพในดินโดยรวมในแต่ละรอบ
การปลูกของยางพารา พบว่า ค่าดัชนีคุณภาพความหลากหลายทางชีวภาพในดินโดยรวมในแปลงปลูก
ยางพารารอบที่ 2 (R2) มีค่ามากที่สุด คือ 0.642 ซึ่งไม่มีความแตกต่างทางสถิติกับแปลงปลูกยางพารา
รอบที่ 1 (R1) แต่มีความแตกต่างทางสถิตกับค่าดัชนีคุณภาพความหลากหลายทางชีวภาพในดิน
โดยรวมในแปลงปลูกยางพารารอบที่ 3 (R3) ซึ่งมีค่าน้อยที่สุด คือ 0.491 (ภาพที่ 18)
a a b
ภาพที่ 18 ค่าดัชนีคุณภาพความหลากหลายทางชีวภาพในดินโดยรวมของแต่ละรอบการปลูก
โดยที่ R1 : แปลงปลูกยางพารารอบที่ 1
R2 : แปลงปลูกยางพารารอบที่ 2
R3 : แปลงปลูกยางพารารอบที่ 3

