Page 83 - แผนบริหารจัดการป้องกันการชะล้างพังทลายของดินและฟื้นฟูพื้นที่เกษตรกรรมด้วยระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ ลุ่มน้ำห้วยยาง อำเภอศรีเทพ และอำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์
P. 83
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
51
จากการศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลทรัพยากรดินในระดับชุดดิน มาตราส่วน 1:25,000 (กองส ารวจดิน
และวิจัยทรัพยากรดิน, 2561) ในพื้นที่ลุ่มน้ าห้วยยาง อ าเภอศรีเทพ และอ าเภอวิเชียรบุรี จังหวัด
เพชรบูรณ์ ซึ่งมีเนื้อที่ครอบคลุม 150,116 ไร่ สามารถจ าแนกเป็นหน่วยแผนที่ดินได้ 19 หน่วยแผนที่
(ตารางที่ 3-3 และภาพที่ 3-4) ประกอบด้วย ระดับหน่วยจ าแนก มี 9 ชุดดิน (13 หน่วยแผนที่) ดินคล้าย
3 ดิน (3 หน่วยแผนที่) คิดเป็นร้อยละ 84.67 ของเนื้อที่ลุ่มน้ า (รายละเอียดชุดดินตามภาคผนวกที่ 1)
พื้นที่ลาดชันเชิงซ้อน (SC) มี 1 หน่วยแผนที่ คิดเป็นร้อยละ 10.21 ของเนื้อที่ลุ่มน้ า พื้นที่ชุมชนและสิ่ง
ปลูกสร้าง (U) มี 1 หน่วยแผนที่ คิดเป็นร้อยละ 4.15 ของเนื้อที่ลุ่มน้ า และพื้นที่แหล่งน้ า (W) มี 1 หน่วย
แผนที่ คิดเป็นร้อยละ 0.97 ของเนื้อที่ลุ่มน้ า
เมื่อพิจารณาการกระจายตัวของดิน จะเห็นว่า ชุดดินที่มีการกระจายตัวมากที่สุด คือ ชุดดินวิเชียรบุรี
(Wb) มีเนื้อที่ร้อยละ 49.54 ของเนื้อที่ลุ่มน้ า กระจายครอบคลุมในพื้นที่ต าบลนาสนุ่น และต าบลศรีเทพ
ลักษณะดินเป็นดินร่วนละเอียด ลึก มีเนื้อดินบนเป็นดินร่วนปนทราย ดินล่างเป็นดินร่วนเหนียวปนทราย
พบในสภาพพื้นที่ราบเรียบถึงค่อนข้างราบเรียบ นอกจากนี้ ยังพบการกระจายตัวของชุดดินบ้านโภชน์
(Bpo) ชุดดินมวกเหล็ก (Ml) และชุดดินศรีเทพ (Sri) มีเนื้อที่ร้อยละ 12.79 7.35 และ 6.99 ตามล าดับ
ส่วนใหญ่พบกระจายตัวในพื้นที่ต าบลศรีเทพ ต าบลนาสนุ่น และต าบลบ่อรัง ดินมีลักษณะเป็นดินลึกมาก
ถึงดินตื้น เป็นดินร่วนละเอียดมาก ดินเหนียวปนชิ้นส่วนหยาบ และดินทรายแป้งละเอียด สภาพพื้นที่แบบ
ค่อนข้างราบเรียบ ลูกคลื่นลอนลาดเล็กน้อย ลูกคลื่นลอนลาด ลูกคลื่นลอนชัน และเนินเขา ดินบนมีเนื้อ
ดินเป็นดินเหนียว ดินร่วนปนดินเหนียวปนเศษหินปานกลาง และดินร่วนปนทรายแป้ง โดยเฉพาะดินที่มี
ลักษณะเนื้อดินบนและดินล่างต่างกัน ดินมีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดการชะล้างพังทลาย ดินตื้นที่มีเนื้อดิน
ร่วนหยาบ และมีความลาดชันสูง (สภาพพื้นที่ลูกคลื่นลอนชันและพื้นที่เนินเขา ความลาดชัน 12-35
เปอร์เซ็นต์) ควรมีมาตรการอนุรักษ์ดินและน้ าที่เหมาะสม เช่น การท าคันดินกั้นน้ า ท าขั้นบันได และปลูก
พืชตามแนวระดับขวางความลาดชันของพื้นที่ เพื่อชะลอความเร็วของน้ าที่ไหลบ่าผ่านผิวดิน ช่วยลดการ
ชะล้างของหน้าดิน และน้ าซึมผ่านลงไปในดินชั้นล่างได้มากขึ้น ท าให้ความชื้นในดินมากขึ้น นอกจากนี้
ควรปลูกพืชคลุมดินเพื่อช่วยรักษาความชื้นของดินไว้และยังช่วยลดการชะล้างพังทลายของดินได้อีกด้วย
เมื่อพิจารณาถึงปัจจัยด้านลักษณะของดินที่มีผลต่อการชะล้างพังทลายของดิน ซึ่งดินแต่ละชนิดจะ
ทนต่อการชะล้างพังทลายที่แตกต่างกันในสภาพแวดล้อมที่คล้ายคลึงโดยเฉพาะค่าปัจจัยความคงทนของ
ดิน (K-factor) ที่สามารถน าไปประเมินการสูญเสียดินในสมการการสูญเสียดินสากล (USLE) จะเห็นว่า
ปัจจัยสมบัติดินที่มีผลต่อค่าปัจจัยความคงทนของดิน ได้แก่ (1) ผลรวมปริมาณร้อยละของทรายแป้งและ
ปริมาณร้อยละของทรายละเอียดมาก (% silt + % very fine sand) (2) ปริมาณร้อยละของทราย
(%sand) (3) ปริมาณร้อยละของอินทรียวัตถุในดิน (% organic matter) (4) โครงสร้างของดิน (soil
structure) และ (5) การซาบซึมน้ าของดิน (permeability) (กรมพัฒนาที่ดิน, 2545) จากการศึกษาค่าปัจจัย
ความคงทนของดินต่อการชะล้างพังทลาย (K-factor) ตามชนิดวัตถุต้นก าเนิดดินในพื้นที่สูงของลุ่มน้ า

