Page 124 - แผนบริหารจัดการป้องกันการชะล้างพังทลายของดินและฟื้นฟูพื้นที่เกษตรกรรมด้วยระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ ลุ่มน้ำห้วยยาง อำเภอศรีเทพ และอำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์
P. 124
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
81
การชะล้างพังทลายของดินเป็นปัญหาที่ส าคัญที่ส่งผลให้ทรัพยากรที่ดินเสื่อมโทรม เนื่องจากท าให้
เกิดการสูญเสียหน้าดิน การสูญเสียธาตุอาหารและอินทรียวัตถุในดิน ส่งผลให้ความอุดมสมบูรณ์ของดิน
ลดลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ที่มีการใช้ที่ดินในการปลูกพืชอย่างเข้มข้นในรอบปี รวมทั้งในพื้นที่ที่มีการ
ใช้เครื่องจักรกลในการไถพรวนดินเป็นสาเหตุส าคัญที่ท าให้สมบัติทางกายภาพของดิน โดยเฉพาะ
โครงสร้างดินถูกท าลาย โดยส่งเสริมให้เกิดการพังทลายของดินในพื้นที่ ผลจากการชะล้างพังทลายของดิน
จะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทั้งในพื้นที่ที่เกิดการชะล้างพังทลายของดิน และพื้นที่โดยรอบ ท าให้ผลผลิต
ต่อหน่วยพื้นที่ลดลง เนื่องจากความอุดมสมบูรณ์ลดลง และเกิดการตื้นเขินของแม่น้ าล าคลองจากมีการ
สะสมของตะกอนดิน ท าให้ศักยภาพในการเก็บกักน้ าของแหล่งน้ าต่ าลง ปัญหาเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อ
การเพาะปลูกในฤดูกาลถัดไป ดังนั้น จึงมีความจ าเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการป้องกันการชะล้างพังทลาย
ของดิน เพื่อรักษาทรัพยากรที่ดินให้สามารถใช้ที่ดินได้อย่างยั่งยืน
การชะล้างพังทลายของดินในแต่ละพื้นที่จะมีระดับความรุนแรงแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับลักษณะของ
ดินเอง และปัจจัยจากภายนอก โดยปกติแล้วการชะล้างพังทลายของดินในประเทศไทยจะเกิดขึ้นโดยมีฝน
เป็นปัจจัยหลัก แต่โดยธรรมชาติแล้วจะเกิดไม่รุนแรงบนพื้นที่ที่มีความลาดชันน้อยและมีสิ่งปกคลุมผิวดิน
หรือพื้นที่ที่มีความลาดชันสูงแต่มีสิ่งปกคลุมผิวดินหนาแน่นจนเม็ดฝนไม่สามารถกระทบสู่พื้นดินได้ แต่จะ
เกิดรุนแรงมากขึ้นถ้าพื้นที่มีความลาดชันมากขึ้นและไม่มีสิ่งปกคลุมผิวดิน โดยมีกิจกรรมการใช้ที่ดินของ
มนุษย์เป็นตัวเร่งให้เกิดความรุนแรงมากขึ้น การชะล้างพังทลายของดินนอกจากมีผลกระทบต่อ
สิ่งแวดล้อมแล้วยังส่งผลเสียทางด้านเศรษฐกิจ และจากการประเมินการสูญเสียดิน (ตัน/ไร่/ปี) ในพื้นที่ลุ่ม
น้ าห้วยยาง อ าเภอศรีเทพ และอ าเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ สามารถแบ่งระดับความรุนแรงของการ
ชะล้างพังทลายของดินออกเป็น 3 ระดับ (ตารางที่ 3-19 และภาพที่ 3-10) ดังนี้
1) ความรุนแรงของการชะล้างพังทลายของดินระดับน้อย
พื้นที่มีความรุนแรงของการชะล้างพังทลายของดินในระดับน้อย ซึ่งมีปริมาณการสูญเสียดิน 0-2
ตันต่อไร่ต่อปี โดยครอบคลุมเนื้อที่ประมาณ 119,181 ไร่ หรือร้อยละ 79.39 ของเนื้อที่ลุ่มน้ า พบว่ามีการ
กระจายตัวอยู่ทั่วลุ่มน้ าห้วยยาง โดยเฉพาะด้านทิศตะวันตกและทิศใต้ของลุ่มน้ าห้วยยาง ซึ่งบริเวณ
ดังกล่าวมีสภาพพื้นที่เป็นลูกคลื่นลอนลาดเล็กน้อยถึงพื้นที่ราบเรียบหรือค่อนข้างราบเรียบ นอกจากนี้พบ
ทางทิศเหนือและตะวันออกของลุ่มน้ าห้วยยาง ซึ่งเป็นเป็นพื้นที่ป่าผลัดใบสมบูรณ์และมีสภาพเป็นพื้นที่
ลาดชันสูง การใช้ที่ดินในพื้นที่ที่มีการสูญเสียดินเล็กน้อยส่วนใหญ่เป็นนาข้าว อ้อย และยูคาลิปตัส
นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งชุมชน สถานที่ราชการ โรงเรือนเลี้ยงสัตว์ปีก และโรงงานอุตสาหกรรม เป็นต้น แม้
ในพื้นที่นี้ซึ่งมีสถานภาพความรุนแรงในระดับน้อย แต่พื้นที่เกษตรกรรมควรได้รับการจัดการด้วยมาตรการ
อนุรักษ์ดินและน้ าที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญเสียดินเพื่อใช้ประโยชน์อย่างเหมาะสม รวมทั้งมีการ
ปรับปรุงบ ารุงดินเพื่อให้เกิดความยั่งยืนของพื้นที่

