Page 26 - การศึกษาการใช้หญ้าแฝกร่วมกับคันดินที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของยางพาราในเขตพัฒนาที่ดินลุ่มน้ำแหง อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน
P. 26

ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
                                                                                                        17


                   พื้นที่ปลูกยางพารามีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด 3.04 เปอร์เซ็นต์ วิธีการที่ 5 ใช้คันดินแบบ 5 เป็นมาตรการอนุรักษ์
                   ดินและน้ า และมีการปลูกหญ้าแฝกบนสันคันดินในพื้นที่ปลูกยางพารา  มีค่าเฉลี่ยรองลงมา 3.03
                   เปอร์เซ็นต์ วิธีการที่ 4 ใช้คันดินแบบ 5 สลับกับแถบหญ้าแฝก เป็นมาตรการอนุรักษ์ดินและน้ า ในพื้นที่

                   ปลูกยางพารา  มีค่าเฉลี่ย 3.02 เปอร์เซ็นต์ วิธีการที่   1ไม่มีมาตรการอนุรักษ์ดินและน้ า ในพื้นที่ปลูก
                   ยางพารา มีค่าเฉลี่ย 2.79 เปอร์เซ็นต์ วิธีการที่ 2 คันดินแบบ 5 เป็นมาตรการอนุรักษ์ดินและน้ า ในพื้นที่
                   ปลูกยางพารามีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด 2.73 เปอร์เซ็นต์  โดยจากผลการทดลองจะเห็นว่าวิธีการที่ 3  ใช้แถบ
                   หญ้าแฝกเป็นมาตรการอนุรักษ์ดินและน้ าในพื้นที่ปลูกยางพารามีค่าเฉลี่ยสูงที่สุดเนื่องจากมาตรการ

                   ดังกล่าวมีแถบหญ้าแฝกช่วยในการดักตะกอนในพื้นที่ไม่ให้ถูกชะล้าง

                   ตารางที่ 13 ปริมาณอินทรียวัตถุในดิน 2558



                     วิธีการทดลอง   ปริมาณอินทรียวัตถุในดิน         t-test ของปริมาณอินทรียวัตถุในดิน
                                             (%)              T1       T2        T3        T4        T5
                      วิธีการที่ 1           2.79              -       ns        ns        ns        ns
                      วิธีการที่ 2           2.73              -        -        ns        ns        ns
                      วิธีการที่ 3           3.04              -        -         -        ns        ns

                      วิธีการที่ 4           3.02              -        -         -         -        ns
                      วิธีการที่ 5           3.03              -        -         -         -         -


                   หมายเหตุ :  ns  หมายถึง  ไม่แตกต่างกันทางสถิติ

                          จากผลการทดลองปี 2559  พบว่า ปริมาณอินทรียวัตถุในดิน มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ  2.92-  3.32
                   เปอร์เซ็นต์ วิธีการที่ 5 ใช้คันดินแบบ 5 เป็นมาตรการอนุรักษ์ดินและน้ า และมีการปลูกหญ้าแฝกบนสันคัน
                   ดินในพื้นที่ปลูกยางพารามีปริมาณอินทรียวัตถุในดินมีค่าเฉลี่ยสูงสุดเท่ากับ 3.32 เปอร์เซ็นต์  วิธีการที่ 4
                   ใช้คันดินแบบ  5  สลับกับแถบหญ้าแฝก เป็นมาตรการอนุรักษ์ดินและน้ าในพื้นที่ปลูกยางพารามีปริมาณ

                   อินทรียวัตถุรองลงมาเท่ากับ 3.30 เปอร์เซ็นต์วิธีการที่ 3 ใช้แถบหญ้าแฝกเป็นมาตรการอนุรักษ์ดินและน้ า
                   ในพื้นที่ปลูกยางพารามีปริมาณอินทรียวัตถุเท่ากับ  3.29  เปอร์เซ็นต์วิธีการที่  2 คันดินแบบ 5  เป็น
                   มาตรการอนุรักษ์ดินและน้ า ในพื้นที่ปลูกยางพาราปริมาณอินทรียวัตถุเท่ากับ  3.13 เปอร์เซ็นต์  และ
                   วิธีการที่ 1 ไม่มีมาตรการอนุรักษ์ดินและน้ า ในพื้นที่ปลูกยางพารามีปริมาณอินทรียวัตถุน้อยที่สุดเท่ากับ

                   2.92 เปอร์เซ็นต์ จากผลการทดลองจะเห็นได้ว่า วิธีการที่ 4 ใช้คันดินแบบ 5 สลับกับแถบหญ้าแฝก เป็น
                   มาตรการอนุรักษ์ดินและน้ าในพื้นที่ปลูกยางพาราวิธีการที่ 5 ใช้คันดินแบบ 5 มาตรการอนุรักษ์ดินและน้ า
                   และมีการปลูกหญ้าแฝกบนสันคันดินในพื้นที่ปลูกยางพารา มีปริมาณอินทรียวัตถุไม่แตกต่างกัน และมี

                   ความแตกต่างทางสถิติอย่างมีนัยส าคัญ เนื่องจากแถบหญ้าแฝกเป็นแนวก าแพงช่วยดักตะกอนดินไม่ให้ถูก
                   ชะล้าง วิธีการที่ 1 ไม่มีมาตรการอนุรักษ์ดินและน้ า ในพื้นที่ปลูกยางพาราและวิธีการที่  2 คันดินแบบ 5
                   เป็นมาตรการอนุรักษ์ดินและน้ า ในพื้นที่ปลูกยางพาราไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติ
   21   22   23   24   25   26   27   28   29   30   31