Page 91 - รายงานการสำรวจดินเขตพัฒนาที่ดินลุ่มน้ำคลองแม่ยะมา - คลองม่วง ลำดับที่ ตก.6 (2556) ลุ่มน้ำสาขาคลองวังเจ้า (รหัส 0618) ลุ่มน้ำหลักแม่น้ำปิง (รหัส 06) พื้นที่ดำเนินการ บ้านเด่นวัว หมู่ที่ 4 ตำบลเชียงทอง อำเภอวังเจ้า จังหวัดตาก
P. 91
ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
70
เปอร์เซ็นต์ จุดต่ าสุดอยู่สูงจากระดับทะเลปานกลางประมาณ 105 เมตร อยู่ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ
บริเวณบ้านวังเจ้า ต าบลเชียงทอง อ าเภอวังเจ้า จังหวัดตาก เป็นจุดรวมของล าน้ าที่ส าคัญคือ คลองแม่ยะมา
คลองม่วง คลองวังเจ้า คลองส้มชา และคลองหินแล้วไหลลงสู่แม่น้ าปิงซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ
ของพื้นที่เขตพัฒนาที่ดินลุ่มน้ า (ภาพที่ 13, 14 และ ภาพที่ 15)
7.2.3 สภาพภูมิอากาศและสมดุลน า
ลักษณะภูมิอากาศของพื้นที่เขตพัฒนาที่ดินลุ่มน้ าคลองแม่ยะมา-คลองม่วง จังหวัดตาก
ตามระบบการจ าแนกภูมิอากาศของ Köppen (1931) เป็นแบบฝนเมืองร้อนเฉพาะฤดู (Tropical
savannah climate : Aw) มี 3 ฤดูกาล ได้แก่ ฤดูฝน เริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงเดือนตุลาคม โดยได้รับ
อิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดผ่านทะเลและมหาสมุทรน าไอน้ าขึ้นมา ท าให้มีอากาศชุ่มชื้นและ
ฝนตกชุก ฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงเดือนกุมภาพันธ์ โดยได้รับอิทธิพลจากลมมรสุม
ตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งพัดเอาความแห้งแล้งและความหนาวเย็นลงมา ส าหรับฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่เดือน
มีนาคมถึงเดือนเมษายนจะมีอากาศร้อนและอบอ้าว จากข้อมูลสภาพภูมิอากาศจากสถานีตรวจอากาศ
จังหวัดตาก ในรอบ 10 ปี (พ.ศ.2546–2555) ที่น ามาใช้เป็นตัวแทนลักษณะภูมิอากาศของเขตพัฒนาที่ดิน
ลุ่มน้ าคลองแม่ยะมา-คลองม่วง จังหวัดตาก พบว่า มีปริมาณน้ าฝนเฉลี่ยรวมทั้งปีเท่ากับ 1,100 มิลลิเมตร
ต่อปี อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปี 28.4 องศาเซลเซียส ความชื้นสัมพันธ์เฉลี่ยตลอดปีเท่ากับ 68 เปอร์เซ็นต์
(ตารางที่ 5 และภาพที่ 16) สรุปได้ดังนี้
1) ปริมาณน้ าฝนเฉลี่ยรวมตลอดปี 1,100 มิลลิเมตร โดยเดือนกันยายนมีฝนตกมาก
ที่สุดในรอบปี ปริมาณน้ าฝนเฉลี่ย 255 มิลลิเมตร และฝนตกน้อยที่สุดในเดือนมกราคม กุมภาพันธ์ และ
ธันวาคม ปริมาณน้ าฝนเฉลี่ย 4 มิลลิเมตร จ านวนวันที่มีฝนตกตลอดทั้งปีรวม 107 วัน
2) อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปีเท่ากับ 28.4 องศาเซลเซียส โดยเดือนเมษายนมีค่าอุณหภูมิ
สูงสุด เฉลี่ย 41.5 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิต่ าสุดเฉลี่ยรายปีเท่ากับ 21 องศาเซลเซียส และในเดือน
มกราคมอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ย 14 องศาเซลเซียส
3) ความชื้นสัมพัทธ์เฉลี่ยรายปีเท่ากับ 68 เปอร์เซ็นต์ โดยเดือนตุลาคมมีค่า
ความชื้นสัมพัทธ์เฉลี่ยสูงสุด 80 เปอร์เซ็นต์ และในเดือนมีนาคมมีค่าความชื้นสัมพัทธ์เฉลี่ยต่ าสุดเฉลี่ย 52
เปอร์เซ็นต์
4) ความสมดุลน้ าเพื่อการเกษตร ศักย์การคายระเหย (Evapotranspiration :
ETo) ค านวณค่าโดยใช้โปรแกรม Cropwat มาก าหนดจุดกราฟลงบนกระดาษ โดยพิจารณาจากระยะเวลา
ช่วงที่เส้นน้ าฝนอยู่เหนือเส้น 0.5ETo เป็นหลัก เพื่อหาช่วงระยะเวลาที่เหมาะสมในการเพาะปลูกพืช
สามารถสรุปได้ดังนี้
(1) ช่วงระยะเวลาที่เหมาะสมในการเพาะปลูก อยู่ในช่วงตั้งแต่กลางเดือน
เมษายนถึงต้นเดือนพฤศจิกายน โดยในช่วงเดือนตุลาคมหลังจากหมดฝนแล้ว ประมาณ 10-15 วัน จะยังคง
มีความชื้นอยู่ในดินเพียงพอส าหรับปลูกพืชไร่ หรือพืชผักอายุสั้น แต่ควรมีแหล่งน้ าในไร่นาช่วยเสริมการ
เพาะปลูกไว้บ้าง ทั้งนี้ควรวางแผนจัดระบบการปลูกพืชให้เหมาะสมในแต่ละพื้นที่

