Page 28 - รายงานการสำรวจดินเขตพัฒนาที่ดินลุ่มน้ำคลองแม่ยะมา - คลองม่วง ลำดับที่ ตก.6 (2556) ลุ่มน้ำสาขาคลองวังเจ้า (รหัส 0618) ลุ่มน้ำหลักแม่น้ำปิง (รหัส 06) พื้นที่ดำเนินการ บ้านเด่นวัว หมู่ที่ 4 ตำบลเชียงทอง อำเภอวังเจ้า จังหวัดตาก
P. 28

ห้องสมุดกรมพัฒนาที่ดิน
                                                                                                        20





                                     (1) บรรทัดฐานที่น ามาใช้พิจารณาเพื่อจ าแนกความเหมาะสมของดิน
                                        เนื่องจากปัจจัยที่ควบคุมการเจริญเติบโตที่มีผลกระทบต่อผลผลิตของพืชมีอยู่

                  มากมาย ทั้งที่อยู่ในดิน ผิวดิน สภาพแวดล้อม ชนิดของพืชพันธุ์ โรค แมลง ตลอดจนวิธีการจัดการดูแล
                  รักษา เป็นต้น จากปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ จะเห็นว่าดินเป็นปัจจัยพื้นฐานที่ควรได้รับการพิจารณาถึงความ
                  เหมาะสมส าหรับการปลูกพืชเป็นประการแรก แต่ทั้งนี้มิได้หมายความว่าดินเป็นปัจจัยที่ส าคัญมากกว่า
                  ปัจจัยการผลิตชนิดอื่นๆ ปัจจัยการผลิตทุกปัจจัยจะต้องได้รับการเอาใจใส่จึงจะท าให้พืชที่ปลูกได้รับผลผลิต

                  สูงสุด
                                        ในที่นี้จะพิจารณาเฉพาะเรื่องดินเป็นเกณฑ์และอาจมีปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้องกับที่ดิน
                  บางประการ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ ได้มาจากการศึกษาดินและการจ าแนกดินทั้งสิ้น ดังนั้น เพื่อให้ผู้จ าแนกความ
                  เหมาะสมของดินมีความเข้าใจที่เหมือนกัน จ าเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องก าหนดบรรทัดฐานต่างๆ ขึ้นมา เพื่อ

                  น าไปใช้ประกอบในการพิจารณาการจ าแนกความเหมาะสมของดินส าหรับพืชเศรษฐกิจให้เป็นไปในแนวทาง
                  อันเดียวกัน ดังนี้
                                        (1.1)  การจ าแนกความเหมาะสมของดิน เป็นการน าเอาลักษณะและคุณสมบัติ
                  ต่างๆ ของดิน ตลอดจนสภาพแวดล้อมบางประการที่ถือว่าเป็นลักษณะถาวร (permanent            soil

                  characteristics)  หรือเป็นลักษณะที่ยากต่อการเปลี่ยนแปลงและสามารถตรวจสอบได้มาพิจารณาแบ่งดิน
                  ออกเป็นหมวดหมู่ตามข้อจ ากัดที่มีผลต่อการเจริญเติบโตและมีผลกระทบต่อผลผลิตของพืชแต่ละประเภทที่
                  น ามาใช้ปลูก ลักษณะต่างๆ เหล่านี้ ได้แก่ สภาพพื้นที่ (topography) เนื้อดิน (texture) หรือชั้นอนุภาคดิน

                  (particle size class) ความลึกที่พบชั้นดานแข็ง (depth to consolidated layer) ความลึกที่พบชั้นก้อน
                  กรวด (depth to gravel) หินพื้นโผล่ (rockiness) ก้อนหินโผล่ (stoniness) ความเค็มของดิน (salinity)
                  การระบายน้ าของดิน (drainage) อันตรายจากการถูกน้ าท่วม (flooding hazard) การมีน้ าแช่ขัง (water
                  logging)  การเสี่ยงต่อการขาดแคลนน้ า (risk  of    moisture  shortage)  ความอุดมสมบูรณ์ของดิน
                  (fertility) ความเป็นกรดของดิน (acidity) หรือความเป็นด่างของดิน (alkalinity) ความลึกที่พบชั้นดินกรด

                  ก ามะถัน (depth to acid sulfate layer) การกร่อนของดิน (soil erosion) และความหนาของชั้นวัสดุดิน
                  อินทรีย์ (thickness of organic soil material) รายละเอียดต่างๆ จะได้กล่าวในภายหลัง
                                        (1.2) การจ าแนกความเหมาะสมของดิน   จะจ าแนกตามความรุนแรงของข้อจ ากัด

                  หรืออัตราเสี่ยงต่อความเสียหายถ้าน ามาใช้ปลูกพืชตามที่ได้ระบุไว้ ดังนั้น ในแต่ละชั้นความเหมาะสมของ
                  ดินจะประกอบไปด้วยชุดดิน (soil series) หรือประเภทของชุดดิน (phase of soil series) ชนิดต่างๆ ที่มี
                  ข้อจ ากัดต่อการปลูกพืชรุนแรงใกล้เคียงกัน แต่มิได้หมายความว่าแต่ละชุดดิน ต้องการการปฏิบัติดูแลรักษา
                  ที่เหมือนกันเสมอไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะและคุณสมบัติต่างๆ ของดินด้วย

                                        (1.3)  การจ าแนกชั้นความเหมาะสมของดิน มิใช่เป็นการระบุถึงอัตราการให้ผล
                  ผลิตของพืชแต่ละชนิด ทั้งนี้ เพราะมีปัจจัยการผลิตอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ลักษณะของการจัดการ พันธุ์พืช
                  โรค แมลง ฝนและสภาพภูมิอากาศ เป็นต้น
                                        (1.4)  การจ าแนกความเหมาะสมของดิน พิจารณาโดยถือหลักว่า พืชที่จะปลูก

                  ตามปกติจะต้องปลูกในฤดูฝน ดังนั้น ลักษณะหรือสภาพของดินในช่วงฤดูฝนจะถูกน ามาใช้พิจารณาเป็น
                  หลักในการปลูกพืช เช่น ดินนาโดยปกติจะมีน้ าท่วมขังในฤดูฝน เมื่อน ามาพิจารณา ท าให้ไม่เหมาะสม
                  ส าหรับการปลูกพืชไร่หรือพืชอื่นๆ ที่ไม่ชอบให้มีน้ าท่วมขัง เนื่องจากเมื่อมีน้ าขังหรือมีน้ าท่วมจะท าให้พืชที่
                  ปลูกตายหรือไม่ได้รับผลผลิต เป็นต้น
   23   24   25   26   27   28   29   30   31   32   33