Page 11 - โครงการการจัดทำแผนที่สภาพการใช้ที่ดินโดยใช้ภาพถ่ายทางอากาศออร์โธสีและข้อมูลดาวเทียมสำรวจทรัพยากรจังหวัดอุทัยธานี ปี พ.ศ.2558
P. 11
viii
14,224 ไร และพื้นที่ปลูกมันสําปะหลัง มีเนื้อที่ 4,132 ไร ในขณะเดียวกัน พื้นที่ปBาสมบูรณD มีเนื้อที่ลดลง
16,715 ไร โดยเปลี่ยนไปเป9นพื้นที่ปลูกข1าวโพดมากที่สุด มีเนื้อที่ 5,710 ไร และพื้นที่ปลูกมันสําปะหลัง มีเนื้อที่
3,078 ไร สาเหตุที่สําคัญ คือ โครงการส งเสริมการปลูกพืชเศรษฐกิจ โครงการประกันรายได1 จึงทําให1เกษตรกร
ขยายพื้นที่เพาะปลูกเข1าไปในเขตปBาไม1มากขึ้น
2.4 พื้นที่แหล งน้ํา มีเนื้อที่เพิ่มขึ้น 5,805 ไร เนื่องจากมีการสร1างบ อน้ําในไร นา อ างเก็บน้ํา และระบบ
ชลประทานเพิ่มมากขึ้น
2.5 พื้นที่เบ็ดเตล็ด มีเนื้อที่ลดลง 12,060 ไร พบว าเปลี่ยนไปเป9นพื้นที่นามากที่สุด มีเนื้อที่ 8,496 ไร
รองลงมาเป9นพื้นที่ปลูกอ1อย มีเนื้อที่ 4,348 ไร พื้นที่ปลูกมันสําปะหลัง มีเนื้อที่ 3,317 ไร พื้นที่ปลูกข1าวโพด
มีเนื้อที่ 2,927 ไร พื้นที่ชุมชนและสิ่งปลูกสร1าง มีเนื้อที่ 2,772 ไร และพื้นที่แหล งน้ํา มีเนื้อที่ 2,478 ไร
ตามลําดับ
3. ข
อเสนอแนะ
3.1 การนําเทคโนโลยีการสํารวจระยะไกล โดยใช1ข1อมูลภาพดาวเทียมรายละเอียดสูง และระบบ
สารสนเทศภูมิศาสตรD ในการวิเคราะหDสภาพการใช1ที่ดินและการเปลี่ยนแปลงการใช1ที่ดิน สามารถทําให1ได1
ข1อมูลที่ถูกต1องแม นยําทั้งเชิงพื้นที่และเชิงตําแหน ง ข1อมูลที่ได1นอกจากจะนําไปใช1เป9นระบบสารสนเทศในการ
การวางแผนการจัดการทรัพยากรดิน กําหนดเขตเหมาะสมปลูกพืชเศรษฐกิจแล1ว ยังสามารถนําไปประยุกตDใช1
ในการสํารวจ ตรวจสอบ พื้นที่เสียหายจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ เช น อุทกภัย เพื่อวางแผนจัดการให1ความ
ช วยเหลือ หรือประเมินความเสียหาย ตลอดจนนําไปใช1ในการประเมินภาษี สําหรับหน วยงานท1องถิ่นด1วย
3.2 การส งเสริมให1เกษตรกร ขยายพื้นที่ปลูกพืชเศรษฐกิจจากโครงการต างๆ ทั้งในระดับรัฐบาลและ
ระดับท1องถิ่น ควรคํานึงถึงศักยภาพของที่ดินเป9นปJจจัยการผลิตที่สําคัญ โดยต1องพิจารณาจากเขตความ
เหมาะสมของที่ดิน สําหรับพืชเศรษฐกิจแต ละชนิด ซึ่งกรมพัฒนาที่ดินได1จัดทําไว1แล1ว และต1องอยู นอกเขตปBาไม1
หรือที่ดินของรัฐเท านั้น
3.3 จากรายงานของสํานักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สํานักงานเศรษฐกิจการเกษตร, 2558) พบว า
ต1นทุนการผลิตพืชช วงป&ที่ผ านมาเพิ่มขึ้นอย างต อเนื่อง อันเนื่องมาจากปJจจัยด1านแรงงาน การดูแลรักษา และ
ปJจจัยการผลิต เกษตรกรจึงควรหันมาพึ่งพาตนเองโดยการปรับเปลี่ยนปJจจัยการผลิต เช น ลดการใช1ปุOยเคมีโดย
ใช1ปุOยอินทรียDแทน และควรแสวงหาความรู1จากแหล งข1อมูล ทั้งจากท1องถิ่นและภาครัฐ เพื่อลดต1นทุน และ
เกษตรกรรายย อยที่ปลูกพืชเชิงเดี่ยว ควรปรับเปลี่ยนมาเป9นไร นาสวนผสม เพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได1
จากภัยพิบัติธรรมชาติ และราคาตกต่ํา โดยดําเนินการตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง
3.4 การพัฒนาแหล งน้ําและระบบชลประทาน เนื่องจากปJญหาการพัฒนาโครงการขนาดใหญ
ไม สามารถทําได1 ในขณะที่พื้นที่ชลประทานมีเพียงร1อยละ 27 ของพื้นที่เกษตร จึงควรเร งการพัฒนาแหล งน้ํา
ธรรมชาติ เช น แม น้ํา ลําห1วย คลอง บึง ซึ่งมีเนื้อที่รวม 34,198 ไร และพื้นที่ลุ ม 1,773 ไร ให1สามารถรองรับน้ํา
ในช วงฤดูฝนเสมือนเป9นแก1มลิง เพื่อบรรเทาปJญหาอุทกภัยในฤดูฝน และเป9นแหล งเก็บกักน้ําเพื่อการเกษตร
และอุปโภคบริโภคในฤดูแล1ง

