Page 187 - แผนการใช้ที่ดินลุ่มน้ำสาขาแม่น้ำสายบุรี
P. 187
4-10
2. หนวยงานที่เกี่ยวของควรพัฒนาแหลงน้ําขนาดเล็กในพื้นที่ รวมถึง
ปรับปรุงประสิทธิภาพของแหลงน้ําตามธรรมชาติ เชน เหมือง ฝาย ใหสามารถกักเก็บน้ําสํารองไวใช
ในชวงที่น้ําชลประทานไมเพียงพอ
3. ควรปรับปรุงคุณภาพของดินใหมีความอุดมสมบูรณ โดยใชปุยวิทยาศาสตร
รวมกับปุยอินทรีย ตามความเหมาะสมของคุณภาพดิน
4. สงเสริมทางเลือกในการพัฒนาที่ดินโดยใหความรูเรื่องเกษตรผสมผสาน
ตามแนวทางเกษตรทฤษฎีใหม โดยการขุดบอเลี้ยงปลา ยกรองปลูกผัก ไมผล และไมยืนตนรวมกัน
5. สงเสริมใหเกษตรกรรวมกันปลูกพืชผักอินทรียเพื่อเพิ่มมูลคาการผลิต
6. สงเสริมใหเกษตรกรรวมกลุมเพื่อพัฒนาองคความรูและสรางอํานาจ
ตอรองทางการเกษตร
2.1.3 เขตปลูกไมยืนตน (หนวยแผนที่ 214)
มีพื้นที่ 16,226 ไร หรือรอยละ 0.81 ของพื้นที่ลุมน้ําสาขา อยูในเขตชลประทาน
ดินมีการระบายน้ําดี มีความอุดมสมบูรณทางธรรมชาติคอนขางต่ําถึงต่ํา ปจจุบันนิยมปลูกยางพาราและ
ปาลมน้ํามันกันเปนจํานวนมาก
แนวทางการพัฒนา
1. ควรปรับปรุงระบบการสงน้ําจากโครงการชลประทานที่มีอยูใหมี
ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อสามารถกระจายการสงน้ําใหครอบคลุมพื้นที่เกษตรกรรม
2. หนวยงานที่เกี่ยวของควรพัฒนาแหลงน้ําขนาดเล็กในพื้นที่ รวมถึง
ปรับปรุงประสิทธิภาพของแหลงน้ําตามธรรมชาติ เชน เหมือง ฝาย ใหสามารถกักเก็บน้ําสํารองไวใช
ในชวงที่น้ําชลประทานไมเพียงพอ
3. หนวยงานของรัฐตองเรงใหการสนับสนุนทั้งเงินลงทุน และทางวิชาการ
แกเกษตรกรในพื้นที่เขตนี้อยางจริงจังเพราะเปนพื้นที่ที่ทรัพยากรที่ดินมีขอจํากัดตอการเกษตรกรรม
คอนขางสูง แตเกษตรกรในพื้นที่มีความยากจน และไมสามารถเปลี่ยนการประกอบอาชีพเปนอยางอื่นได
4. ปรับปรุงโครงสรางของดิน โดยการใชปุยพืชสด ปุยคอก หรือปุยหมัก
ซึ่งจะชวยเพิ่มประสิทธิภาพในการอุมน้ําของดิน และเพิ่มปริมาณธาตุอาหารพืช โดยมีการใชปุยวิทยาศาสตร
ที่เหมาะสมกับชนิดพืช ทั้งเรื่องสูตรปุย จํานวนและชวงระยะที่ใสปุยที่เหมาะสม
5. พื้นที่ลาดชันควรสงเสริมใหมีการจัดอนุรักษดินและน้ําในพื้นที่
2.2 เขตเกษตรกาวหนา (หนวยแผนที่ 22)
มีพื้นที่ 666,620 ไร หรือรอยละ 33.16 ของพื้นที่ลุมน้ําสาขา เขตนี้เกษตรกรทําการเกษตร
โดยอาศัยน้ําฝนเปนหลัก ดินมีศักยภาพในการผลิตปานกลางถึงสูง พื้นที่สวนใหญทํานาครั้งเดียว หรือ
กองนโยบายและแผนการใชที่ดิน กรมพัฒนาที่ดิน

