Page 110 - แผนการใช้ที่ดินลุ่มน้ำสาขาแม่น้ำสายบุรี
P. 110

3-40





                  ดวยปุยหมักหรือปุยคอก 25-50 กิโลกรัมตอไร ปลูกพืชคลุมดิน ปลูกพืชแซม หรือทําแนวรั้วหรือทําฐาน

                  หญาแฝกเฉพาะตน

                                   3)  หนวยที่ดินในกลุมดินตื้นมีหินพื้นโผล มีเนื้อที่ 39,808 ไร หรือรอยละ 1.99 ของ
                  พื้นที่ลุมน้ํา ประกอบดวย ดินตื้นในพื้นที่ดอน ไดแก  45B/53B  45C  45D/53D  45E/53E  51B  51Bb  51C

                  51D  51E มีเนื้อที่ 37,249 ไร หรือรอยละ 1.86 ของพื้นที่ลุมน้ํา และที่ดินหินโผล (RL) มีเนื้อที่ 2,559ไร หรือ

                  รอยละ 0.13 ของพื้นที่ลุมน้ํา หนวยที่ดินในกลุมดินนี้ เปนดินตื้นถึงชั้นลูกรัง มีเศษหิน กอนหินปะปนอยูใน
                  เนื้อดินตั้งแตรอยละ 35 โดยปริมาตรหรือมากกวา ภายในความลึก 50 เซนติเมตรจากผิวดิน หรือมี

                  ชั้นหินพื้นตื้นกวา 50 เซนติเมตรจากผิวดิน ดินตื้นจะเปนอุปสรรคตอการชอนไชของรากพืชลงไปหาอาหาร

                  นอกจากนี้ยังมีสวนที่เปนดินนอย ทําใหมีความสามารถในการดูดซับธาตุอาหารและอุมน้ําต่ํามาก

                  พืชจะขาดน้ําทําใหเหี่ยวเฉาไวกวาพื้นที่อื่น
                                แนวทางปรับปรุงแกไข เลือกพื้นที่ที่มีหนาดินหนาและไมมีเศษหิน หรือกอนหินอยูบริเวณ

                  หนาดินมาก ทําเกษตรกรรมแบบวนเกษตรหรือแบบผสมผสาน ไมทําลายไมพื้นลาง ขุดหลุมปลูก

                  พรอมปรับปรุงดินดวยปุยหมักอัตรา 25-50 กิโลกรัมตอหลุม หรือปุยคอกอัตรา 10-20 กิโลกรัมตอหลุม

                  รวมกับปุยเคมีตามชนิดพืชที่ปลูก มีระบบอนุรักษดินและน้ํา เชน ใชวัสดุคลุมดินหรือปลูกหญาแฝก
                  เพื่อรักษาความชื้นและลดการกรอนของดิน พัฒนาแหลงน้ําไวใชในระยะที่ฝนทิ้งชวงนานหรือ

                  พืชขาดน้ํา สําหรับในพื้นที่ที่มีหินกระจัดกระจายอยูบนดินมาก ไมเหมาะสมตอการเกษตร ควรปลอย

                  ไวใหเปนปาธรรมชาติเพื่อเปนแหลงตนน้ําลําธาร
                                   4)  หน่วยที่ดินในกลุ่มดินอินทรีย์ เนื้อที่ 16,378 ไร หรือรอยละ 0.81 ของพื้นที่ลุมน้ํา

                  เปนกลุมดินที่พบบริเวณพื้นที่ลุมต่ําหรือพื้นที่พรุ ที่อยูไมไกลจากทะเลมากนัก มีน้ําแชขังอยู

                  เปนเวลานานหรือตลอดป เปนดินลึก การระบายน้ําเลวมาก มีเนื้อดินเปนพวกดินอินทรีย สีดินเปนสีดิน
                  หรือสีน้ําตาล มีความอุดมสมบูรณตามธรรมชาติต่ํามาก ปฏิกิริยาดินเปนกรดรุนแรงมาก มีคาความเปนกรด

                  เปนดางนอยกวา 4.5 ปญหาสําคัญในการใชประโยชนที่ดินของหนวยที่ดินนี้ไดแก เปนดินอินทรียที่มี
                  คุณภาพต่ํา เปนกรดจัดมาก ขาดธาตุอาหารพืชตาง ๆ อยางรุนแรง หากมีการระบายน้ําออกเมื่อดินแหง

                  จะติดไฟไดงาย ไดแก หนวยที่ดินที่ 57I  57MI  57/58  57I/58I  57MI/58MI  58I
                                  แนวทางการปรับปรุงแกไข หนวยที่ดินในกลุมนี้ เปนดินอินทรียที่มีคุณภาพต่ํา

                  เปนกรดจัดมาก ขาดธาตุอาหารพืชตาง ๆ อยางรุนแรง และยากตอการใชเครื่องมือทางการเกษตร

                  เนื่องจากเปนที่ลุมต่ําและดินยุบตัว หากมีการระบายน้ําออกเมื่อดินแหงจะติดไฟไดงาย หากตองการใช
                  พื้นที่ในการเพาะปลูกควรเลือกบริเวณขอบพรุและไมเปนปาพรุมาใชประโยชน มีระบบปองกันน้ําทวม

                  ทางระบายน้ํา และใหน้ําในแปลงปลูก









                                                                        กองนโยบายและแผนการใชที่ดิน กรมพัฒนาที่ดิน
   105   106   107   108   109   110   111   112   113   114   115