Page 90 - รายงานสภาพการใช้ที่ดินและการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดิน จังหวัดอุบลราชธานี ปี 2553
P. 90
71
3) ไม้ยืนต้น ปีพ.ศ. 2550 มีพื นที 297,566 ไร่ หรือร้อยละ 3.03 และปี พ.ศ. 2553
มีพื นที 638,240 ไร่ หรือร้อยละ 6.49 เพิ มขึ นจากปี พ.ศ. 2550 จํานวน 340,674 ไร่ หรือเพิ มขึ นร้อยละ
114.49 โดยไม้ยืนต้นที ปลูกเพิ มส่วนใหญ่เป็นไม้ยืนต้นที มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ เช่น ยางพารา ยูคาลิปตัส ซึ ง
เกิดจากการส่งเสริมของภาครัฐและเอกชน
ยางพารา เป็นพืชชนิดใหม่ที มีความสําคัญต่อเศรษฐกิจ และชีวิตความเป็นอยู่ของ ผู้ปลูก
ยางในภาคอีสานมากขึ น จากเดิมที มีพื นที ปลูกยางพารา จํานวน 204,083 ไร่ เพิ มขึ นเป็น 543,870 ไร่
เนื องจากแรงจูงใจทางด้านราคาการจําหน่ายและการส่งเสริมสนับสนุนจากภาครัฐ ตามยุทธศาสตร์ยางพารา
ปี 2549-2551 ที สนับสนุนให้มีการใช้ยางพาราในประเทศเพิ มขึ น เพื อรองรับปริมาณยางพาราที เพิ มขึ นจาก
โครงการขยายพื นที ปลูกยางพาราในพื นที ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือ จํานวน 1 ล้านไร่ ทั งนี
อุตสาหกรรมที จะเข้ามารองรับผลผลิตยางพาราตามแผนยุทธศาสตร์ ได้แก่
• อุตสาหกรรมยางรถยนต์และชิ นส่วนยานยนต์ เพื อรองรับนโยบายผลักดันไทยให้
เป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์และชิ นส่วนยานยนต์ของเอเชีย
• อุตสาหกรรมถุงมือยาง เนื องจากการลงทุนในอุตสาหกรรมดังกล่าวยังมีน้อย
ขณะที ความต้องการใช้ถุงมือยางภายในประเทศอยู่ในระดับสูง
• อุตสาหกรรมในภาคเกษตรกรรม อาทิ การก่อสร้างอ่างเก็บนํ า เขื อนยาง และ
ถนน
• อุตสาหกรรมยางแห้ง อาทิ ยางยืด ยางรัดของ และถุงยางอนามัย ซึ งความต้องการ
ใช้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวในประเทศยังคงอยู่ในระดับสูง
ในปี 2551 กระทรวงได้ทําการประเมินสถานการณ์ยางพารา พบว่ามีแนวโน้มที ความ
ต้องการยางพาราในต่างประเทศจะเพิ มมากขึ น จึงได้กําหนดนโยบายเรื องยางพาราในปี 2551 โดยเน้นเรื อง
• ปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตยางพารา สนับสนุนการผลิตวัตถุดิบที มีคุณภาพ
และพัฒนาระบบตลาด
• สร้างความเข้มแข็งและเพิ มความสามารถในการแข่งขันให้ผู้ประกอบการ
อุตสาหกรรมยาง สนับสนุนให้ผลิตภัณฑ์ยางไทยมีคุณภาพ และพัฒนาให้ไทยเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรม
ยางของภูมิภาค
• สนับสนุนให้มีการเพิ มมูลค่ายางธรรมชาติโดยการแปรรูป และนํายางธรรมชาติ
มาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ยางเพิ มขึ น รวมทั งเพิ มการใช้ผลิตภัณฑ์ยางและเพิ มการส่งออก

