Page 582 - รายงานการจัดการทรัพยากรดินเพื่อการปลูกพืชเศรษฐกิจหลักตามกลุ่มชุดดิน เล่มที่ 1 ดินบนพื้นที่ราบต่ำ
P. 582

568



                         6.5.3 การใชปุยเพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณของดินสําหรับกลุมชุดดินที่ 59 นั้น จําเปนตองใชทั้งปุย

                  อินทรียและปุยเคมี เนื่องจากเนื้อดินคอนขางเปนทรายและความอุดมสมบูรณตามธรรมชาติต่ํา สําหรับปุย
                  อินทรียที่ควรใช ไดแกปุยหมักหรือปุยคอกอัตรา 1.5-2.0 ตัน/ไร หรือปลูกพืชปุยสดแลวไถกลบลงในดิน ดังที่

                  กลาวไวในขอ 6.5.2 สวนสูตรและอัตราปุยเคมีเหมาะกับแตละพืช ซึ่งกลาวไวในหัวขอที่ 9


                  7. ขอเสนอแนะ

                         เนื่องจากกลุมชุดดินนี้อยูในพื้นที่ราบต่ํา  ในฤดูฝนจะมีน้ําขังแช  2-5 เดือนในรอบป  จึงมีศักยภาพ

                  เหมาะสมในการปลูกขาวในฤดูฝน และปลูกพืชไรอายุสั้น  เชน ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ถั่วลิสง ยาสูบ ขาวโพด

                  และพืชผักตางๆ กอนและหลังการปลูกขาว หากมีแหลงน้ําธรรมชาติหรือพัฒนาแหลงน้ําในไรนาขึ้นมาเสริม
                  อยางไรก็ตามเพื่อใหการใชที่ดินกลุมนี้เกิดประสิทธิผลสูงสุด ควรจัดระบบการใชที่ดิน “แบบไรนาสวนผสม”

                  โดยมีการแบงการใชประโยชนที่ดินออกเปนสวนๆ ดังนี้


                          7.1 พื้นที่ปลูกขาว  ควรเปนที่ราบต่ําเพื่อใหขังเร็วกวาพื้นที่สวนอื่น พื้นที่สวนนี้สามารถปรับปรุงดาน

                  การเตรียมดิน เพื่อปลูกพืชไรอายุสั้น และพืชผักตางๆ กอนและหลังการปลูกขาวไดดวย

                          7.2 พื้นที่ปลูกพืชไร  พืชผักและไมผลตลอดป  ควรเปนพื้นที่สูงกวาบริเวณ ที่กําหนดในขอ 7.1

                  พัฒนาโดย1) ทําคันลอมรอบเพื่อปองกันน้ําทวม 2) ปรับปรุงสภาพการระบายน้ําของดิน โดยการยกรอง
                  หรือทํารองระบายน้ํารอบแปลง และ 3) ปรับระดับพื้นที่ภายในแปลงใหสม่ําเสมอ สําหรับการจัดการดินเพื่อ

                  ปลูกพืชไร ซึ่งกลาวไวในหัวขอที่ 8


                          7.3 แหลงน้ํา  ควรใชพื้นที่ต่ําเพื่อการพัฒนาแหลงน้ํา และกําหนดขนาดตามมาตรฐานของแหลงน้ํา

                                                        3
                  ประจําไรนาคือมีความจุประมาณ 1,250 ม  สวนจํานวนสระขึ้นอยูกับปริมาณน้ําที่ตองการ ในแหลงน้ําที่
                  พัฒนาขึ้นมานี้ควรเลี้ยงปลาที่เลี้ยงงาย โตเร็ว  และเปนที่ตองการของตลาด เชนปลาไน ปลาสลิด ปลาดุก

                  ปลาสวาย ปลาเทโพ  และอื่นๆ สวนบริเวณคันดินรอบบอหรือสระน้ําควรปลูกไมผล  เชนมะมวง ขนุน ฝรั่ง

                  กลวย หรือไมดอกและไมประดับตางๆ  เพื่อใหเกิดรายไดเสริมอีกทางหนึ่ง นอกจากนี้บริเวณคันดินรอบบอ

                  ควรปลูกหญาแฝกทั้งดานในและดานนอก เพื่อปองกันการกัดเซาะดินบริเวณคันดินรอบบอดวย

                          7.4 พื้นที่เลี้ยงสัตว  ควรใชบริเวณพื้นที่ใกลแหลงน้ํา สําหรับสรางเปนโรงเรือนเลี้ยง ไก หมู และเปด

                  แลวใชมูลสัตวเปนอาหารปลา และนําสวนที่เหลือมาบํารุงดินเพื่อการปลูกพืชไรและพืชสวน

                         สําหรับอัตราสวนการใชที่ดินประเภทตางๆ  ที่ไดกลาวนี้ ขึ้นอยูกับสภาพพื้นที่ ทักษะของเกษตรกร
                  และความตองการสินคาเกษตรของตลาดทั้งในทองถิ่นและนอกทองถิ่น อยางไรก็ตามควรจะไดยึดตามแนว

                  ทฤษฎีใหม ในการแกปญหาการขาดแคลนน้ําเพื่อการเกษตร ของพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัว  ที่มีแนว

                  พระราชดําริใหกันพื้นที่ประมาณ 30 เปอรเซ็นตเพื่อพัฒนาแหลงน้ํา
   577   578   579   580   581   582   583   584   585   586   587