Page 56 - รายงานการจัดการทรัพยากรดินเพื่อการปลูกพืชเศรษฐกิจหลักตามกลุ่มชุดดิน เล่มที่ 1 ดินบนพื้นที่ราบต่ำ
P. 56

42



                    อาจแสดงการคํานวณใหเห็นวาปุยที่ใสนี้ใหประมาณ 12 กก. N/ไร 3 กก.P O /ไร และ 6 กก. K O/ไร  ดังนี้
                                                                                                   2
                                                                                 2 5
                         ปุยสูตร 18-46-0 อัตรา  7  กก./ไร  ให   1.2 กก.N/ไร  3.2  กก.P O /ไร  และ 0 กก.K O/ไร
                                                                               2 5
                                                                                                2
                         ปุยสูตร 46-0-0   อัตรา 24 กก./ไร  ให 11.0 กก.N/ไร   0    กก.P O /ไร  และ 0 กก.K O/ไร
                                                                               2 5
                                                                                                2
                         ปุยสูตร 0-0-60   อัตรา 10 กก./ไร  ให   0    กก.N/ไร   0    กก.P O /ไร  และ 6 กก.K O/ไร
                                                                                                2
                                                                               2 5
                         รวมอัตราธาตุอาหาร                        12.2   กก.N/ไร   3    กก.P O /ไร  และ 6 กก.K O/ไร
                                                                                2 5
                                                                                                 2
                   อาจสรุปหลักของการใชปุยเคมีกับนาขาวได ขอดังนี้

                         1) อัตราธาตุอาหารจากปุยเคมีที่ให ตองสัมพันธกับผลการวิเคราะหดิน แตในดินเดียวกันอัตราปุย

                  ไนโตรเจนที่ใชกับขาวไมไวตอชวงแสง จะสูงกวาที่ใชกับขาวไวตอชวงแสงสองเทา

                         2) เพื่อใหไดอัตราของธาตุอาหารตามที่กําหนด สามารถเลือกชนิดของปุยเคมีไดหลายแบบ ทั้งนี้

                  ขึ้นอยูกับชนิดของปุยเคมีที่สามารถจัดหาได


                         3) ปุยที่มีฟอสฟอรัสกับปุยที่มีโพแทสเซียม ควรใสเพียงครั้งเดียว คือ สําหรับนาดําใสในชวงปกดํา

                  แตถาเปนนาหวานใสหลังขาวงอก 15-20 วัน

                         4) ปุยไนโตรเจนสําหรับขาวไมไวตอชวงแสงใส 3 ครั้ง คือครั้งแรกตามขอ 3 สวนครั้งที่ 2 ใสในระยะ

                  ที่ขาวแตกกอ หรือ 30 วันหลังการใสปุยครั้งแรก และครั้งที่ 3 ใสในระยะที่ขาวกําเนิดชอดอก

                         5) ปุยไนโตรเจนสําหรับขาวไวตอชวงแสงใส 2 ครั้ง คือครั้งแรกตามขอ 3 สวนครั้งที่ 2  ใสในระยะที่

                  ขาวกําเนิดชอดอก


                          4.5 การใชปูน

                         การแกไขดินกรดใหมีสภาพใกลกลางทําไดโดยการใสปูน  สําหรับปริมาณปูนที่ดินตองการเพื่อ

                  ยกระดับพีเอช ( pH) ของดินกรดใหสูงขึ้นถึงระดับที่กําหนด เรียกวา ความตองการปูน (lime requirement)
                  ของดิน  ในการวิเคราะหความตองการปูนของดินนั้น  ผลการวิเคราะหจะบอกอัตรา ( กก./ไร ) ของหินปูน

                  บด (CaCO  ) บริสุทธิ์ ที่ใชเพื่อยกระดับพีเอชเดิมของดินบน ( ความลึก 0-15 ) จากเดิมมาเปน 6.5
                            3
                         สําหรับดินเนื้อละเอียดที่มีเนื้อดินตางกันแมจะมีคาพีเอชเดิมเทากัน ก็มีความตองการปูนแตกตาง

                  กัน ( ตารางที่ ก21 ) กลาวคือดินเนื้อละเอียดมีความตองการปูนสูงกวาดินเนื้อหยาบ
   51   52   53   54   55   56   57   58   59   60   61