Page 552 - รายงานการจัดการทรัพยากรดินเพื่อการปลูกพืชเศรษฐกิจหลักตามกลุ่มชุดดิน เล่มที่ 1 ดินบนพื้นที่ราบต่ำ
P. 552

538



                         8.2.2 พริก  แปลงปลูกและแปลงเพาะกลาควรไถดินลึก 20-25 และ15 ซม.ตามลําดับ แลวตากดิน

                  ไว 5-7 วัน ใสปุยคอก หรือปุยหมักที่ยอยสลายดีแลว 3-4 ตัน/ไร พรวนยอยชั้นผิวหนาดิน จากนั้นใสปุยสูตร
                  15-15-15 อัตรา 100-200 กรัม/ตร.ม. พรวนกลบดินเพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณของดิน


                         8.2.3 มะเขือเทศ  ไถดินลึก 30-40  ซม.  ตากดินไวประมาณ 7  วัน แลวไถพรวนอีก 1-2  ครั้ง รูป

                  แปลงขึ้นกับชนิดพันธุ เชน พันธุทอดยอดตองการคาง  ใชไมคางใหปลูกตนเดียวตอหลุม ระยะหางระหวาง

                  ตน และแถว 30-45 และ75-90 ซม.ตามลําดับ สวนพันธุพุมนิยมปลูกบนแปลงลูกฟูก ระยะปลูกตนเดียวตอ
                  หลุม ใชระยะหางระหวางตน และแถว 45-60  และ75-90  ซม.ตามลําดับ  ใสปุยรองพื้นตามแนวแถวหรือ

                  แนวรองที่ปลูกแลวพรวนกลบ หรือใสผสมลงในหลุมปลูก และคลุกเคลาปุยเขากับดินใหดี พยายามใหปุย

                  อยูขางใตหางจากรากตนกลา 10-15 ซม.


                          8.3 การเตรียมดินสําหรับปลูกไมผล และไมยืนตน

                         กลุมชุดดินที่ 25 เปนดินตื้น และมีชั้นกรวดปะปนอยูในเนื้อดินมาก ดินมีการระบายน้ําเลว มักมีน้ํา

                  ทวมขังในฤดูฝน จึงไมเหมาะสมในการปลูกไมผล หากตองการปลูกจะตองลงทุนสูงในการปรับสภาพดิน
                  และการระบายน้ํา


                  9. การใชปุยสําหรับพืชชนิดตางๆ

                          9.1 การใชปุยสําหรับขาว  ดินในกลุมชุดดินที่ 25 มีอินทรียวัตถุระดับปานกลาง ฟอสฟอรัสที่เปน

                  ประโยชนต่ํา โพแทสเซียมที่แลกเปลี่ยนไดต่ํา   ดังนั้นเพื่อใหขาวไดรับธาตุไนโตรเจน ฟอสฟอรัสและ

                  โพแทสเซียมอยางเพียงพอ จึงควรใชปุยเคมีอยางเหมาะสม ซึ่งมีอยู 2 แนวทางคือ 1) ใชแมปุย โดยเลือก
                  ชนิดของแมปุยและอัตราของแมปุยนั้น จากบทนําในตารางที่ ก 15-16 สําหรับขาวไมไวตอชวงแสง และ ก

                  17-18 สําหรับขาวไวตอชวงแสง หรือ 2) ใชปุยนาซึ่งมีจําหนายทั่วไป สําหรับแนวทางที่ 2 นั้น สูตรปุยและ

                  อัตราปุยเคมีที่ควรใชมีดังนี้

                         ก. ขาวไมไวตอชวงแสง อัตราธาตุอาหารที่ควรใสคือ 12 กก.N/ไร 6 กก.P O /ไร และ 6 กก.K O/ไร
                                                                                       2 5
                                                                                                        2
                  คิดเปนน้ําหนักปุยแลวแบงใส 3 ครั้งดังนี้
                         ครั้งที่ 1 สําหรับนาดําใสในชวงปกดํา แตถาเปนนาหวานใสหลังขาวงอก 15-20 วัน โดยใชปุยสูตร

                  16-20-0 หรือปุยสูตรใกลเคียง อัตรา 30 กก./ไร ปุยสูตร 46-0-0 อัตรา 10 กก./ไร และปุยสูตร 0-0-60 อัตรา

                  10 กก./ไร

                         ครั้งที่ 2 ใสในระยะที่ขาวแตกกอ หรือ 30 วันหลังการใสปุยครั้งแรก คือ ปุยสูตร 46-0-0 อัตรา 9
                  กก./ไร

                         ครั้งที่ 3 ใสในระยะที่ขาวกําเนิดชอดอก คือ ปุยสูตร 46-0-0 อัตรา 9 กก/ไร

                         ข. ขาวไวตอชวงแสง อัตราธาตุอาหารที่ควรใสคือ 6 กก.N/ไร 6 กก.P O /ไร และ 6 กก.K O/ไร คิด
                                                                                                     2
                                                                                    2 5
                  เปนน้ําหนักปุยแลวแบงใส 2 ครั้งดังนี้
   547   548   549   550   551   552   553   554   555   556   557