Page 517 - รายงานการจัดการทรัพยากรดินเพื่อการปลูกพืชเศรษฐกิจหลักตามกลุ่มชุดดิน เล่มที่ 1 ดินบนพื้นที่ราบต่ำ
P. 517

503



                  9. การใชปุยสําหรับพืชชนิดตางๆ

                          9.1 การใชปุยสําหรับขาว


                         ดินในกลุมชุดดินที่ 23 มีอินทรียวัตถุระดับต่ํา ฟอสฟอรัสที่เปนประโยชนต่ํา โพแทสเซียมที่
                  แลกเปลี่ยนไดต่ํา ดังนั้นเพื่อใหขาวไดรับธาตุไนโตรเจน ฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมอยางเพียงพอ จึงควรใช

                  ปุยเคมีอยางเหมาะสม ซึ่งมีอยู 2 แนวทางคือ 1) ใชแมปุย โดยเลือกชนิดของแมปุยและอัตราของแมปุยนั้น

                  จากบทนําในตารางที่ ก 15-16 สําหรับขาวไมไวตอชวงแสง และ ก 17-18 สําหรับขาวไวตอชวงแสง หรือ 2)

                  ใชปุยนาซึ่งมีจําหนายทั่วไป สําหรับแนวทางที่ 2 นั้น สูตรปุยและอัตราปุยเคมีที่ควรใชมีดังนี้
                         ก. ขาวไมไวตอชวงแสง อัตราธาตุอาหารที่ควรใสคือ 18 กก.N/ไร 6 กก.P O /ไร และ 6 กก.K O/ไร
                                                                                                        2
                                                                                       2 5
                  คิดเปนน้ําหนักปุยแลวแบงใส 3 ครั้งดังนี้

                         ครั้งที่ 1 สําหรับนาดําใสในชวงปกดํา แตถาเปนนาหวานใสหลังขาวงอก 15-20 วัน โดยใชปุยสูตร

                  16-20-0 หรือปุยสูตรใกลเคียง อัตรา 30 กก./ไร ปุยสูตร 46-0-0 อัตรา 2 กก./ไร และปุยสูตร 0-0-60 อัตรา
                  10 กก./ไร

                         ครั้งที่ 2 ใสในระยะที่ขาวแตกกอ หรือ 30 วันหลังการใสปุยครั้งแรก คือ ปุยสูตร 46-0-0 อัตรา 13

                  กก./ไร

                         ครั้งที่ 3 ใสในระยะที่ขาวกําเนิดชอดอก คือ ปุยสูตร 46-0-0 อัตรา 13 กก./ไร

                         ข. ขาวไวตอชวงแสง อัตราธาตุอาหารที่ควรใสคือ 9 กก.N/ไร 6 กก.P O /ไร และ 6 กก.K O/ไร คิด
                                                                                    2 5
                                                                                                     2
                  เปนน้ําหนักปุยแลวแบงใส 2 ครั้งดังนี้
                         ครั้งที่ 1 สําหรับนาดําใสในชวงปกดํา แตถาเปนนาหวานใสหลังขาวงอก 15-20 วัน โดยใชปุยสูตร

                  16-20-0 หรือปุยสูตรใกลเคียง อัตรา 30 กก./ไร และปุยสูตร 0-0-60 อัตรา 10 กก./ไร

                         ครั้งที่ 2 ใสในระยะที่ขาวกําเนิดชอดอก คือ ปุยสูตร 46-0-0 อัตรา 10 กก./ไร

                          9.2 การใชปุยสําหรับไมผล และไมยืนตน

                         9.2.1 เงาะ  ระยะหลังเก็บเกี่ยวผลผลิตใชปุยสูตร 15-15-15 อัตรา 2.5 กก./ตน รวมดวยปุยอินทรีย

                  2-3 ปบ โดยใสรอบทรงพุม  ระยะกอนออกดอกใชปุยสูตร 8-24-24 อัตรา 2 กก./ตน  ระยะติดผลใชปุยสูตร

                  15-15-15 อัตรา 1 กก./ตน  และกอนเก็บเกี่ยวผลผลิต 1 เดือน ใชปุยสูตร 12-12-17อัตรา 1 กก./ตน โดย

                  หวานใหทั่วบริเวณทรงพุมแลวใชคราดกลบบางๆ หลังรดน้ํา

                         9.2.2 ทุเรียน   ทุเรียนอายุ 1 ป ใหปุยหมัก หรือปุยคอก อัตรา 5 กก./ตน ทุเรียนปตอๆ มาซึ่งอยู

                  ในชวงยังไมใหผลผลิต โดยชวงตนฝนควรใชปุยสูตร 15-15-15 อัตรา 3 กก./ตน และชวงปลายฤดูฝนใหปุย

                  หมัก หรือปุยคอก 5-50 กก./ตน รวมดวยปุยสูตร 15-15-15 อัตรา 1 กก./ตน  ทุเรียนใหผลผลิตแลว แบงการ

                  ใหปุยเปน 2 ระยะคือ 1) ระยะหลังเก็บเกี่ยวผลผลิต และตัดแตงกิ่งแลวควรใหปุยหมัก หรือปุยคอก รวมดวย
   512   513   514   515   516   517   518   519   520   521   522