Page 485 - รายงานการจัดการทรัพยากรดินเพื่อการปลูกพืชเศรษฐกิจหลักตามกลุ่มชุดดิน เล่มที่ 1 ดินบนพื้นที่ราบต่ำ
P. 485
471
7. ขอเสนอแนะ
กลุมชุดดินที่ 21 มีความเหมาะสมในการปลูกขาวและพืชไร ในฤดูฝน แตตองจัดชวงเวลาของการ
ปลูกใหเหมาะสมกับสภาพความชื้นของดิน และระยะเวลาที่น้ําทวมขังในกระทงนา สําหรับพืชไรและพืชผัก
อายุสั้นซึ่งอายุเก็บเกี่ยวไมเกิน 90 วัน ควรปลูกในเดือนพฤษภาคม ถึง เดือนกรกฎาคม ซึ่งเปนชวงเวลา
หลังจากการปลูกขาว
เนื่องจากกลุมชุดดินที่ 21 อยูในบริเวณใกลกับแมน้ํา สามารถนําน้ํามาใชในการปลูกพืชตางๆ ได
จึงมีความเหมาะสมในการปลูกพืชไรและพืชผักหลายชนิด เชน ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ถั่วลิสง ขาวโพด ผักกาด
ตางๆ แตงตางๆ ฯลฯ ในฤดูแลงหรือหลังการเก็บเกี่ยวขาวแลว อยางไรก็ตามสภาพเดิมโดยทั่วไปของกลุม
ชุดดินนี้ ไมเหมาะสมที่จะใชปลูกไมผลหรือไมยืนตน หากประสงคจะปลูกพืชดังกลาว ตองพัฒนาที่ดินโดย
ทําคันดินรอบพื้นที่ เพื่อปองกันน้ําทวมและมีการยกรองปลูกเพื่อเพิ่มการระบายน้ําของดิน
นอกจากการใชประโยชนในการปลูกพืชตางๆ ดังที่กลาวแลว กลุมชุดดินที่ 21 ยังใชปลูกหญาเลี้ยง
สัตวไดเปนอยางดี เพียงแตทําคันดินรอบพื้นที่ปลูก เพื่อปองกันน้ําทวมขังในชวงฤดูฝน และจัดทําทาง
ระบายน้ําสวนเกินออกจากพื้นที่
8. การเตรียมดินสําหรับปลูกพืชชนิดตางๆ
8.1 การเตรียมดินสําหรับปลูกพืชไร
8.1.1 ปญหาการระบายน้ําของดินคอนขางเลวในบางพื้นที่ และน้ําทวมขังในฤดูฝน
1) กรณีปลูกพืชไรในชวงฤดูแลงหลังการเก็บเกี่ยวขาว จะตองทํารองระบายน้ํารอบกระทงนากวาง
40-50 ซม. และลึกประมาณ 20 ซม. แลวยกรองปลูกมีขนาดสันรองกวาง ประมาณ 2 เมตร และระหวางสัน
รองปลูกมีทางเดินกวางประมาณ 30 ซม. เพื่อสะดวกในการใหน้ําและเขาไปดูแลพืชที่ปลูก
2) กรณีเปลี่ยนสภาพการใชที่ดินจากนา ขาวเปนพื้นที่ปลูกพืชไรอยางถาวร คือ ปลูกทั้งฤดูฝนและ
ฤดูแลง ใหทําคันรอบพื้นที่ปลูก และใหยกรองปลูกแบบถาวร สันรองกวางระหวาง 6-8 เมตร และมีรอง
ระบายน้ําระหวางสันรองปลูก กวางประมาณ 1.5 เมตรและลึกประมาณ 1 เมตร บนสันรอง ปลูกอาจแบง
ซอยเปนสันรองยอย โดยการยกแปลงใหสูงขึ้น 10-20 ซม. และกวาง1.5-2.0 เมตร เพื่อชวยการระบายน้ํา
บนสันรอง และสะดวกในการเขาไปดูแลพืชที่ปลูก
8.1.2 ปญหาเนื้อดินคอนขางเปนทรายในบางพื้นที่ แกไขโดยการใชปุยอินทรีย เชนปุยคอก
และปุยหมัก อัตรา 1-2 ตัน/ไร หวานใหทั่วแปลงแลวคลุกเคลาใหเขากับดินกอนปลูก 7-14 วัน การใชสูตร
อัตรา และวิธีการใสขึ้นอยูกับชนิดของพืชและผลการวิเคราะหดินในตารางที่ 21.5

