Page 311 - รายงานการจัดการทรัพยากรดินเพื่อการปลูกพืชเศรษฐกิจหลักตามกลุ่มชุดดิน เล่มที่ 1 ดินบนพื้นที่ราบต่ำ
P. 311

297



                         การปรับปรุงดินเปรี้ยวจัดในกลุมชุดดินนี้ มีหลักการสําคัญ คือ  การปองกันน้ําทวมในชวงฤดูฝน

                  ปองกันการเกิดกรดกํามะถัน การแกไขความเปนกรด โดยใชน้ําชลประทานและน้ําฝนชะลาง และ/หรือการ
                  ใชวัสดุปูน  ควรปรับปรุงสภาพพื้นที่ใหเหมาะสมกับชนิดของพืชที่จะปลูกและการคัดเลือกชนิดของพืชที่จะ

                  ปลูกใหเหมาะสม

                         การปรับปรุงดินเพื่อใชปลูกพืช โดยการใชน้ําชะลางความเปนกรดของดิน เปนวิธีการที่งายหากมีน้ํา

                  ชลประทานที่มีคุณภาพดี ในปริมาณที่เพียงพอ  อยางไรก็ตามจะตองใชเวลาในการลางดินอยางตอเนื่อง

                  อยางนอย 2-3 ป  และจําเปนตองควบคุมระดับน้ําใตดินใหอยูเหนือชั้นดินเลนที่มีสารประกอบไพไรท
                  โดยทั่วไปพบวาชั้นไพไรทอยูในระดับความลึกประมาณ 100-150 ซม.  จากผิวดิน  วิธีการที่รวดเร็วและได

                  ผลผลิตอีกวิธีการหนึ่งคือ การใชวัสดุปูนทางการเกษตร เชน  หินปูนบด หินโคโลไมท ปูนมารล และปูนขาว

                  เปนตน ซึ่งในกลุมชุดดินนี้  ควรใชวัสดุปูนในอัตราประมาณ 2-4 ตัน/ไร โดยใสประมาณ 4-5 ป ตอครั้ง

                  นอกจากนี้แลวกลุมชุดดินนี้มักจะขาดธาตุอาหารไนโตรเจน และฟอสฟอรัส  จึงจําเปนตองใชปุยเพิ่มเพื่อแร

                  ธาตุดังกลาว ในอัตราตางๆ ซึ่งขึ้นอยูกับชนิดของพืช
                         โดยทั่วไปสภาพพื้นที่ของกลุมชุดดินนี้จะเปนที่ลุมน้ําขังในฤดูฝน  ดังนั้นจึงเหมาะสมสําหรับการ

                  ปลูกขาว  พบวาพันธุขาวที่สามารถทนตอความเปรี้ยวมีประมาณ 15 สายพันธุ  ซึ่งสวนใหญเปนพันธุ

                  พื้นเมืองใหผลผลิตต่ํา ดังนั้นหากมีการปรับปรุงดินแลว  ควรใชพันธุขาวแนะนําดังตอไปนี้ คือ กข.7 กข.13

                  กข.21 สุพรรณบุรี 90 แกนจันทร  ลูกแดง ตําเมไหร อัลฮัมดูลิลละห ชอนางเอื้อง และขาวดอกมะลิ 105
                  นอกจากใชปลูกขาวในชวงฤดูฝนแลว ในฤดูแลงยังสามารถใชปลูกพืชไรอายุสั้น  และพืชผักไดอีกดวย  ใน

                  กรณีที่เกษตรกรมีความประสงคจะเปลี่ยนสภาพการใชที่ดินจากนาขาว  เปนการปลูกไมผลหรือไมยืนตน

                  หรือปลูกพืชผักหรือปลูกหญาเลี้ยงสัตว  หรือทําบอเลี้ยงปลา ก็สามารถทําได แตการใชประโยชนที่ดินที่

                  นาจะเหมาะสมที่สุดคือ  การทําการเกษตรแบบไรนาสวนผสม ที่แบงการใชที่ดินออกเปนนาขาว ไมผล การ
                  เลี้ยงโคนม  และการเลี้ยงปลา ควบคูกันไปจะเปนทางหนึ่งที่ทําใหเกษตรกรมีรายไดสูงขึ้น  มีความเสี่ยงใน

                  ดานราคาผลิตผลนอย        และจะเปนการทําการเกษตรที่เกื้อกูลซึ่งกันและกัน เปนการชวยใหดินมี

                  ความสามารถในการผลิตที่ยั่งยืน
   306   307   308   309   310   311   312   313   314   315   316