Page 287 - รายงานการจัดการทรัพยากรดินเพื่อการปลูกพืชเศรษฐกิจหลักตามกลุ่มชุดดิน เล่มที่ 1 ดินบนพื้นที่ราบต่ำ
P. 287

273



                  เปลือกหอยเผา หรือหินปูนฝุน ในปริมาณที่ใหฤทธิ์ดางเทากัน หวานปูนทั่วทั้งแปลงนาแลวไถ และปลอยน้ํา

                  ใหขังแชทิ้งไวประมาณ 3 สัปดาห  หลังจากนั้นก็ระบายน้ําเพื่อลางกรดออกจากแปลง  เสร็จแลวคอยขังน้ํา
                  ใหมเพื่อทําเทือกรอปกดํา


                          6.2 การแกความเค็มของดิน  กอนเตรียมดินปลูกขาวใหน้ําขังในกระทงนาประมาณ 1 สัปดาหแลว

                  ระบายออก ดําเนินการขังน้ําและระบายน้ําออก 2-3 ครั้งตอเนื่องกัน จึงเตรียมดินปลูกขาวพันธุที่ทนเค็ม

                  หากตองการเปลี่ยนที่นาเปนแปลงปลูกไมผลและพืชไร จําเปนตองยกรองปลูกใหมีขนาดกวาง 6-8 เมตร
                  และมีรองระบายน้ํากวาง 1.5-2.0 เมตร ลึกประมาณ 1 เมตร  ปรับปรุงดินบนสันรองปลูกใหรวนซุยดวยปุย

                  อินทรีย เชน ปุยหมักหรือปุยคอก อัตราประมาณ 2 ตัน/ไร หวานบนผิวดินแลวพรวนกลบ ตอจากนั้นจึง

                  เตรียมดินเพื่อปลูกพืช  สภาพดินที่รวนซุยจะชวยใหการชะลางเกลือออกจากดินดวยน้ําสวนเกินที่ใหแกพืช

                  เปนไปไดโดยสะดวก

                          6.3  การแกปญหาน้ําทวมและการระบายน้ําของดิน  ในกรณีที่จะเปลี่ยนสภาพการใชที่ดินจาก

                  นาขาวเปนการปลูกไมผล พืชไร และเพาะเลี้ยงสัตวน้ํา จําเปนตองทําคันดินรอบพื้นที่ เพื่อไมใหน้ําทวมขังใน

                  ฤดูฝน นอกจากนั้นยังตองทํารองระบายน้ําในพื้นที่ และสูบน้ําออกเพื่อคงระดับน้ําในรองใหต่ําพอประมาณ

                          6.4  การจัดการดินเพื่อใหเหมาะสมในการปลูกพืช  การปรับปรุงความอุดมสมบูรณของดินให

                  เหมาะสมกับพืชแตละชนิด ซึ่งกลาวไวในหัวขอที่ 9


                  7. ขอเสนอแนะ

                         เนื่องจากกลุมชุดดินนี้มีปญหาและขอจํากัดในการใชประโยชนหลายอยาง และแตละอยางก็เปน

                  ปญหาที่สําคัญ ไดแก  สภาพกรดจัดมาก ความเค็มสูง มีน้ําทวมขังในฤดูฝน การระบายน้ําเลว  และสมบัติ
                  ทางกายภาพไมเหมาะสมแกการปลูกพืช จากการจัดชั้นความเหมาะสมของดินในการปลูกพืชตางๆ จะเห็น

                  ไดวาอยูในเกณฑไมคอยเหมาะสม และไมเหมาะสมในการปลูกพืชเปนสวนใหญ อยางไรก็ตามถาจะใชกลุม

                  ชุดดินนี้เพื่อการเกษตร จําเปนตองมีการปรับปรุงหรือพัฒนาที่ดินเพื่อแกปญหาดังกลาว และจะตองเปนการ

                  ใชที่ดินแบบไรนาสวนผสม  โดยแบงพื้นที่ออกเปน 3 สวน คือ 1) พื้นที่ปลูกขาว 2) พื้นที่ปลูกไมผลแบบยก

                  รอง และ 3) พื้นที่พัฒนาเปนบอเลี้ยงปลา สําหรับการเลี้ยงปลานับวาเปนกิจกรรมที่เหมาะสม และเกษตรกร
                  มักประสบผลสําเร็จในอาชีพดังกลาวเปนอยางสูง ปลาที่เลี้ยงกันมาก ไดแก ปลาสลิด ปลานิล และปลาไน

                  สวนไมผลที่แนะนําใหปลูก  ไดแกมะพราวและละมุด  สวนไมผลชนิดอื่นมักเจริญเติบโตไมดี สําหรับ

                  อัตราสวนใชที่ดินนั้นควรเปนนาขาว 40 เปอรเซ็นต ไมผลและบอเลี้ยงปลาอยางละ 30  เปอรเซ็นต หรือ

                  อัตราสวนรอยละ 40:30:30  นอกจากกิจกรรมที่กลาวแลวควรจะมีการเลี้ยงไกและสุกรควบคูไปดวย โดย
                  สรางโรงเรือนริมบอเลี้ยงปลา เพื่อใหสัตวเลี้ยงถายมูลลงในบอเปนอาหารปลา และรวบรวมมูลสัตวบางสวน

                  มาบํารุงดินในสวนไมผล
   282   283   284   285   286   287   288   289   290   291   292