Page 276 - รายงานการจัดการทรัพยากรดินเพื่อการปลูกพืชเศรษฐกิจหลักตามกลุ่มชุดดิน เล่มที่ 1 ดินบนพื้นที่ราบต่ำ
P. 276
262
8.2 การเตรียมดินสําหรับปลูกพืชผัก
8.2.1 กะหล่ําดอก แปลงเพาะกลา และแปลงปลูกขุดดินลึก 15 และ20 ซม.ตามลําดับ ตากดิน
7-10 วัน เก็บวัชพืชใหหมดพรวนดินเปนกอนเล็กๆ ใสปุยคอก หรือปุยหมักที่ยอยสลายดีแลวคลุกเคลาใหทั่ว
แปลง และมีระยะปลูกระหวางตน และแถวหาง 50 และ60 ซม.ตามลําดับ
8.2.2 ผักกาดขาวปลี การเตรียมดินคลายคลึงกับกะหล่ําดอกเพียงแตเตรียมดินใหละเอียดขึ้น
และทําแนวรองสําหรับหยอดเมล็ดพันธุลึกประมาณ 0.5-0.8 ซม. เพราะเมล็ดพันธุมีขนาดเล็ก ระยะปลูก
ระหวางตน และแถว คือ 30-50 และ40-75 ซม.ตามลําดับ
8.2.3 พริก แปลงปลูกและแปลงเพาะกลาควรไถดินลึก 20-25 และ15 ซม.ตามลําดับ แลวตากดิน
ไว 5-7 วัน ใสปุยคอก หรือปุยหมักที่ยอยสลายดีแลว 3-4 ตัน/ไร พรวนยอยชั้นผิวหนาดิน จากนั้นใชปุยสูตร
15-15-15 อัตรา 100-200 กรัม/ตร.ม. พรวนกลบดินเพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณของดิน
8.3 การเตรียมดินสําหรับปลูกไมผล และไมยืนตน
8.3.1 มะพราว การเตรียมหลุมปลูก ระยะที่ปลูกระหวางตน 6, 9 และ8.5 เมตร คือ พันธุตนเตี้ย
ตนสูง และลูกผสมตามลําดับ สวนระยะระหวางแถวขึ้นอยูกับความกวางของรอง ควรเตรียมหลุมปลูกในฤดู
แลง โดยใหหลุมมีขนาด 50x50x50 ซม. การขุดควรแยกดินสวนบนไวตางหาก และควรตากหลุมอยางนอย
1 สัปดาห กอนปลูกใหใชปุยคอกหรือปุยหมักผสมดินในหลุมปลูก ในอัตรา 1:7และควรใชปุยหินฟอสเฟต
รองกนหลุมดวยหลุมละ 3 กก.
8.3.2 มะมวงหิมพานต ในพื้นที่ปาละเมาะ ควรขุดตอไมออกจากแปลงปลูกและทําใหพื้นที่โลง
เตียน เพื่อสะดวกในการวางแนวและขุดหลุม โดยกําหนดใหมีระยะปลูก 6x6 เมตร มีจํานวนตน 45 ตน/ไร
แลวขุดหลุมปลูกขนาด กวางxยาวxลึก เทากับ 60x60x60 ซม. เอาดินในหลุมกองตากแดดไวสักระยะหนึ่ง
หลังจากนั้นใหเอาปุยคอก หรือปุยหมักประมาณ 30-50 กก. เคลากับดินและนํากลับลงไปในหลุม การ
เตรียมหลุม และเคลาปุยตองดําเนินการใหเสร็จกอนฤดูฝนประมาณ 1 เดือน
8.3.3 ละมุด กอนปลูกควรเตรียมดินโดยการใสปุยคอก อัตรา 1-2 ตัน/ไร การปลูกละมุดนิยมปลูก
แบบยกรองเพื่อประโยชนในการระบายน้ํา
9. การใชปุยพืชชนิดตางๆ
9.1 การใชปุยสําหรับขาว
ดินในกลุมชุดดินที่ 8 มีอินทรียวัตถุระดับปานกลาง ฟอสฟอรัสที่เปนประโยชนสูง โพแทสเซียมที่
แลกเปลี่ยนไดสูง ดังนั้นเพื่อใหขาวไดรับธาตุไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียมอยางเพียงพอ จึงควรใช
ปุยเคมีอยางเหมาะสม ซึ่งมีอยู 2 แนวทางคือ 1) ใชแมปุย โดยเลือกชนิดของแมปุย และอัตราของแมปุยนั้น

