Page 261 - รายงานการจัดการทรัพยากรดินเพื่อการปลูกพืชเศรษฐกิจหลักตามกลุ่มชุดดิน เล่มที่ 1 ดินบนพื้นที่ราบต่ำ
P. 261

247



                  อยางมีประสิทธิภาพ และไดรับผลตอบแทนสูง รวมทั้งลดความเสี่ยงในการลงทุน  ก็คือการใชที่ดิน “แบบ

                  ผสมผสาน” หรือ “แบบไรนาสวนผสม” โดยมีการแบงพื้นที่การใชประโยชนออกเปนสวนๆ ดังนี้

                          7.1 พื้นที่ปลูกขาว  ควรเปนพื้นที่ราบต่ําสุด เพื่อความสะดวกในการเก็บกักน้ําฝนไวปลูกขาว พื้นที่

                  สวนนี้สามารถใชปลูกพืชไรอายุสั้น และพืชผักตางๆ  กอนและหลังการปลูกขาวไดดวย ดังนั้นการพัฒนา

                  แหลงน้ํามาชวยเสริม จะทําใหพื้นที่มีศักยภาพเหมาะสมในการปลูกพืชไร และพืชผักอยางแทจริง ซึ่ง

                  เกษตรกรในหลายจังหวัด ไดพัฒนาระบบดังกลาวอยางกวางขวาง

                          7.2 พื้นที่ปลูกพืชไร พืชผักและไมผลตลอดป  ควรเปนพื้นที่ซึ่งอยูสูงกวาบริเวณ 7.1 คือ เปนนา

                  คอนขางดอน  ทําคันลอมรอบเพื่อปองกันน้ําทวม และปรับปรุงสภาพการระบายน้ําของดิน โดยการยกรอง

                  หรือทํารองระบายน้ํารอบแปลง รวมทั้งการปรับระดับพื้นที่ภายในแปลงใหสม่ําเสมอ การจัดการดินเพื่อปลูก

                  พืชไร พืชผัก ชนิดตางๆ ควรปฏิบัติตามขอเสนอแนะ ซึ่งกลาวไวในหัวขอที่ 8

                          7.3 แหลงน้ํา  ควรเปนพื้นที่ซึ่งอยูระหวางนาขาว และแปลงพืชไร ไมผล และพืชผักตางๆ พื้นที่สวนนี้

                  ไมลุม และดอนจนเกินไป  ขนาดของแหลงน้ําที่จะพัฒนา ควรเปนขนาดแหลงน้ําประจําไรนา คือมีความจุ
                                   3
                  ประมาณ 1,250 ม.  สวนจํานวนบอขึ้นอยูกับปริมาณความตองการใชน้ําในกิจกรรมตางๆ สําหรับแหลงน้ํา
                  ที่พัฒนาขึ้นมาควรเลี้ยงปลาที่เลี้ยงงาย  โตเร็วและเปนที่ตองการของตลาด เชน ปลาไน ปลานิล ปลาดุก

                  ปลาสวาย ปลาหมอตาล ปลาเทโพ และอื่นๆ สวนบริเวณคันดินรอบบอหรือสระควรปลูกไมผล เชน มะมวง

                  ขนุน ฝรั่ง กลวย ฯลฯ และไมดอกไมประดับตางๆ  เพื่อใหเกิดรายไดเสริมอีกทางหนึ่ง นอกจากนี้บริเวณคัน

                  ดินรอบบอควรปลูกหญา  เชน  หญาแฝกทั้งดานในและดานนอกเพื่อปองกันการกัดเซาะดินบริเวณคันดิน
                  รอบบอดวย


                          7.4 บริเวณที่ใชเลี้ยงสัตว  ควรเลี้ยง ไก หมู และเปดใกลบริเวณแหลงน้ําซึ่งมีการเลี้ยงปลาอยูแลว

                  โดยสรางเปนโรงเรือนใหบางสวนยื่นลงไปในบอ แลวปลอยใหสัตวเลี้ยงถายมูลลงในบอน้ําเพื่อเปนอาหาร

                  ของปลา
                         สําหรับอัตราสวนการใชที่ดินประเภทตางๆ  ขึ้นอยูกับสภาพพื้นที่  ทักษะของเกษตรกร และสภาพ

                  เศรษฐกิจ ไดแกความตองการผลผลิตของตลาดทั้งในทองถิ่นและนอกทองถิ่น อยางไรก็ตามควรยึดถือแนว

                  ทฤษฎีใหม ในการแกปญหาการขาดแคลนน้ําเพื่อการเกษตรของพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัว ที่แนะนําวา
                  ควรกันประมาณ 30 เปอรเซ็นตของพื้นที่ เพื่อพัฒนาแหลงน้ํา


                  8. การเตรียมดินสําหรับปลูกพืชชนิดตางๆ

                          8.1 การเตรียมดินสําหรับปลูกพืชไร

                         8.1.1. ปญหาการระบายน้ําเลว

                         1) กรณีปลูกพืชไรในชวงฤดูแลงหรือหลังการเก็บเกี่ยวขาว ใหทํารองระบายน้ํารอบกระทงนา และ

                  ทํารองระบายในกระทงนาในกรณีที่กระทงนาใหญ  ซึ่งหางกันประมาณ 15-20 เมตร และรองมีความกวาง
   256   257   258   259   260   261   262   263   264   265   266