Page 174 - รายงานการจัดการทรัพยากรดินเพื่อการปลูกพืชเศรษฐกิจหลักตามกลุ่มชุดดิน เล่มที่ 1 ดินบนพื้นที่ราบต่ำ
P. 174

160



                          6.5 การจัดการดานความอุดมสมบูรณของดิน  ถึงแมวากลุมชุดดินที่ 3 จะมีความอุดมสมบูรณ

                  ตามธรรมชาติปานกลางถึงสูงอยูแลวก็ตาม แตถามีการเพาะปลูกพืชติดตอกันโดยไมมีการปรับปรุงบํารุงดิน
                  อาจทําใหความอุดมสมบูรณของดินลดลงไปจําเปนตองมีการจัดการดังตอไปนี้


                         6.5.1 การปลูกพืชหมุนเวียนที่มีพืชตระกูลถั่วสอดแทรกอยูในระบบการปลูกพืชหลักจะชวยปรับปรุง

                  ความอุดมสมบูรณของดิน และเพิ่มผลผลิตของพืชหลักที่ปลูกอีกดวยการปลูกพืชหมุนเวียนที่มีพืชตระกูลถั่ว

                  แทรกอยู เชน ถั่วเหลือง-ขาว-ขาวโพด หรือพืชผัก-ขาว-ถั่วตางๆ เปนตน การไถกลบซากถั่วภายหลังการเก็บ
                  เกี่ยวจะชวยเพิ่มไนโตรเจนใหแกดิน นอกจากนี้อินทรียวัตถุที่เพิ่มขึ้นในดินยังชวยทําใหสภาพของดินรวนซุย

                  การระบายน้ําและถายเทอากาศดีขึ้น


                         6.5.2 การปลูกพืชปุยสดแลวไถกลบลงในดิน เปนอีกวิธีการหนึ่งที่ชวยปรับปรุงสมบัติทางกายภาพ

                  และความอุดมสมบูรณของดิน พืชปุยสดที่แนะนํา ไดแก ปอเทือง โสน โสนอัฟริกันและถั่วตางๆ โดยปลูกพืช
                  ปุยสดจนถึงระยะออกดอก แลวจึงไถกลบบํารุงดิน


                         6.5.3  การใชปุยเพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณของดิน เนื่องจากดินในกลุมชุดดินที่3 เปนดินเหนียว
                  และความอุดมสมบูรณตามธรรมชาติปานกลางในบางชุดดิน จึงจําเปนตองบํารุงดวยปุยสําหรับปุยอินทรีย

                  เชน ปุยหมัก ปุยคอก  และปุยพืชสดจะชวยปรับปรุงสมบัติทางกายภาพใหดีขึ้น โดยใชปุยหมักหรือปุยคอก

                  อัตรา 1.5-2.0 ตัน/ไร สวนปุยเคมีนั้นจะชวยเพิ่มธาตุอาหารหลัก ธาตุรองและจุลธาตุใหแกดินตามชนิดของ

                  ปุยที่ใส สําหรับอัตราและสูตรปุยที่ควรใชนั้น ขึ้นอยูกับผลการวิเคราะหดินและชนิดพืชที่ปลูก ซึ่งไดกลาวไว

                  ในหัวขอที่ 9

                  7. ขอเสนอแนะ

                         เนื่องจากกลุมชุดดินที่ 3 อยูในพื้นที่ราบลุมเปนสวนใหญ  ซึ่งเปนดินเหนียวจัด การระบายน้ําเลว

                  ในชวงฤดูฝนมีน้ําขังที่ผิวดินเปนระยะเวลา 4-5 เดือน จึงเหมาะสมในการทํานาในชวงฤดูฝนและปลูกพืชไร

                  และพืชผักบางชนิดไดในชวงฤดูแลง ในกรณีที่ตองการปลูกพืชไร ไมผลและพืชผักตลอดทั้งป จําเปนตองทํา

                  คันรอบพื้นที่เพื่อปองกันน้ําทวมในฤดูฝน และยกรองปลูกเพื่อชวยเพิ่มการระบายน้ําของดิน อยางไรก็ตาม

                  เพื่อใหการใชที่ดินกลุมนี้มีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลสูงสุดทั้งในดานการผลิตและรายไดของ
                  เกษตรกร ควรจัดระบบการใชที่ดิน “แบบไรนาสวนผสม” โดยมีการแบงการใชประโยชนที่ดินออกเปนสวนๆ

                  ดังนี้

                          7.1 พื้นที่เพื่อการทํานา  ควรเปนบริเวณที่ราบลุมที่สุดของที่ดิน โดยจัดสรรเพื่อการทํานาประมาณ

                  40 เปอรเซ็นตของพื้นที่ การกําหนดเปนพื้นที่ทํานามาก เนื่องจากดินมีศักยภาพเหมาะสมกวาที่จะปลูกพืช

                  อยางอื่น การจัดการดินเพื่อเพิ่มผลผลิตขาวนั้นใหปฏิบัติตามขอแนะนําเรื่องปุยขาว นอกจากปลูกขาวแลว

                  พื้นที่สวนนี้สามารถใชประโยชนในการปลูกพืชไรอายุสั้นและพืชผักตางๆ ในชวงฤดูแลงไดอีกดวย เพราะดิน

                  ยังมีความชื้นที่จะปลูกได
   169   170   171   172   173   174   175   176   177   178   179