Page 152 - รายงานการจัดการทรัพยากรดินเพื่อการปลูกพืชเศรษฐกิจหลักตามกลุ่มชุดดิน เล่มที่ 1 ดินบนพื้นที่ราบต่ำ
P. 152
138
อาหารรอง และจุลธาตุใหแกดิน และพืช สําหรับอัตราและสูตรปุยที่ใชนั้น จะขึ้นอยูกับชนิดของดิน และพืชที่
ปลูกซึ่งจะไดอธิบายตอไปในหัวขอที่ 9
6.6 การควบคุมและแกไขสภาพกรดของดินควรดําเนินการดังนี้
6.6.1 วิธีปองกันมิใหความเปนกรดของดินเพิ่มขึ้นมีดังนี้ ในพื้นที่ซึ่งมีน้ําชลประทานควรใหดินมีน้ํา
แชขังเพื่อไมใหหนาดินแหง เนื่องจากเมื่อหนาดินแหงอากาศจะแทรกลงไปในดินแลวทําปฏิกิริยากับ
สารประกอบไพไรทที่หลงเหลืออยูในดิน โดยเฉพาะชุดดินที่เกิดจากการถับถมของตะกอนน้ํากรอย ผลของ
ปฏิกิริยาดังกลาวทําใหเกิดสารจาโรไซตและกรดกํามะถัน ดินจึงเปนกรดเพิ่มขึ้น ในกรณีที่มีน้ําชลประทาน
เพียงพอจึงแนะนําใหปลูกขาวอยางนอย 2 ครั้งในรอบป
6.6.2 การแกไขความเปนกรดของดิน ดวยการใชปูน เชน หินปูน โดโลไมตหรือปูนมารล สําหรับ
อัตราของหินปูนบดที่ควรใชสําหรับดินเหนียว เพื่อใหดินมี pH 6.5 มีดังนี้
pH เดิม อัตราของหินปูนบด (กก./ไร)
5.0 500
4.5 1,100
4.0 2,100
ควรใสปูนกอนการเตรียมดิน โดยหวานใหทั่วแปลงแลวไถหรือพรวนกลบ แลวใหน้ําจนดินชื้นเพื่อให
ปูนละลาย และทําปฏิกิริยากับดินหลังจากนั้นอยางนอย 2 สัปดาห จึงเตรียมดินสําหรับปลูกพืช
7. ขอเสนอแนะ
เนื่องจากกลุมชุดดินนี้เกิดในสภาพพื้นที่ราบลุม เนื้อดินเปนดินเหนียว มีการระบายน้ําเลว และ
ในชวงฤดูฝนมีน้ําขังที่ผิวดินเปนระยะเวลาระหวาง 4-6 เดือน จึงมีศักยภาพเหมาะสมทํานาในชวงฤดูฝน
และสามารถปลูกพืชไร และพืชผักบางชนิดไดในชวงฤดูแลง เพราะดินมีความชื้นเพียงพอที่จะปลูกได ใน
กรณีที่ตองการใชกลุมชุดดินนี้ในการปลูกพืชไร ไมผลและพืชผักตลอดทั้งป จําเปนตองมีการพัฒนาที่ดิน
โดยการทําคันรอบพื้นที่ปองกันน้ําทวมในฤดูฝน และยกรองปลูก เพื่อชวยดานการระบายน้ํา อยางไรก็ตาม
เพื่อใหการใชที่ดินกลุมนี้มีประสิทธิภาพ และเกิดประสิทธิผลสูงสุดทั้งในดานการผลิต และรายไดของ
เกษตรกร ควรจัดระบบการใชที่ดิน “แบบไรนาสวนผสม” โดยมีการแบงการใชประโยชนที่ดินออกเปนสวนๆ
ดังนี้
7.1 พื้นที่เพื่อการทํานา ควรเปนบริเวณที่ราบลุมที่สุดของบริเวณที่ดินที่เกษตรกรถือครอง โดย
จัดสรรเพื่อการทํานาประมาณ 40 เปอรเซ็นตของพื้นที่ การที่กําหนดเปนพื้นที่ทํานามาก เนื่องจากดินมี

